อาหารคนจัดฟัน...ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ

อาหารคนจัดฟัน…ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ

งานเข้าแล้ว…เป็นผลมาจากการกินแบบไม่ระวังตัวของผมเอง จริงๆแล้วคนที่จัดฟันนั้นมี อาหารคนจัดฟัน ที่ควรงด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับอุปกรณ์จัดฟัน ซึ่งถ้าแก้ไขเองได้ก็ดี แต่ถ้าเป็นหนักก็ต้องไปหาคุณหมอเพื่อแก้ไขให้ (ไปบ่อยๆโดนคุณหมอบ่นด้วยนะครับ -“-) เรามาดูกันดีกว่าว่า จัดฟันห้ามกินอะไรบ้าง และเกิดผลเสียอย่างไร

อาหารคนจัดฟัน...ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ

1.เห็ดเข็มทอง – ตัวอันตรายอันดับหนึ่งของผมเลย คนที่พลาดไปทานจะรู้พิษสงของมันทันที เพราะมัน…ติดฟันแล้วเอาออกโคตรยากเลย ไม้จิ้มฟันก็แล้ว ไหมขัดฟันก็แล้ว ไม่สามารถแยกมันออกจากเหล็กได้ ด้วยความยาวและความเหนียว เมื่อไปพันกับเหล็กแล้ว ทางเดียวที่จะเอาออกได้คือ เอามือดึงมันออกมา ซึ่งทุเรศมาก ลองนึกภาพผู้ชายคนนึง นั่งอ้าปาก เอามือล้วงเข้าไปดึงเห็ดเข็มทองที่ติดเหล็กในปาก ดึงยืดดดด…ออกมา **ยิ่งกินเยอะยิ่งเอาออกลำบาก**

2.ผักบุ้ง – อันนี้ความน่ากลัวขึ้นอยู่กับความยาวของมัน ผักบุ้งสั้นๆเอาออกสบายมาก แต่ถ้าเจอยาวๆกลับไปอ่านข้อ 1. ครับ
3.กระดูกอ่อน – กรุบๆ ผมชอบกินมากๆ บางชิ้นมันไม่อ่อนจริง แต่จะกินอ่ะ ก็ฝืนใช้ฟันกรามด้านใน(ด้านที่ไม่มีเหล็ก) เคี้ยวจนได้ อันนี้อาจจะทำให้เหล็กหลุดได้ถ้าเจอแข็งมากๆ ต้องระวังครับ
4.หมากฝรั่ง – ตั้งแต่จัดฟันมา ไม่เคยกินหมากฝรั่งเลย แต่ได้ยินคนอื่นบอกว่า มันจะไปติดตามยางจัดฟัน ทำให้ยางอาจจะหลุดได้
5.ข้าวเหนียว – ผมกินแล้วไม่มีปัญหานะ แต่บางคนบอกว่ามันจะทำให้ยางหลุด เหมือนหมากฝรั่ง
6.ถั่ว – มีทั้งแบบแข็ง, แข็งมาก, แข็งเห้ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตให้ลวดจัดฟันหลุดได้ทั้งนั้น ต่อให้เคี้ยวอย่างระวังแล้วก็ตาม7.น้ำแข็ง – อันนี้ก็ไม่ควรทาน เป็นก้อนเล็กๆพออมดับร้อนได้จะดีกว่า อย่าฝืนไปกัดเลยครับ เหล็กจะพังเปล่าๆ

8.ลูกอม – ถ้าอมเฉยๆก็ไม่เป็นไรครับ แต่บางทีไปเผลอเคี้ยว ทีนี้แหล่ะ ลวดดัดฟันหลุด ได้เลยนะครับ

แต่ปัญหาที่ผมเจอ ผมเองก็ยังตกใจว่าเกิดได้ยังไง นั่นคือ ลวดจัดฟันหัก คนอื่นยังเจอแค่ ลวดจัดฟันหลุด ของผมหักออกมาเลย 1 ท่อน (ท่อนสุดท้ายตรงฟันกราม)
แต่ยังโชคดี ที่มาหักตอนเช้า ซึ่งไม่ใช่ตอนทานอาหารไม่งั้นคงปักเหงือกแน่ๆ ก็มานั่งนึกว่าหักได้ไง เมื่อคืนกินอะไร อ๋อ….กินถั่วรสวาซาบิไปถุงนึงนี่นา ตอนกินก็เพลินจนลืมไปว่ามันแข็งไปรึเปล่า ซึ่งทำให้ต้องลำบากนัดเวลาคุณหมอเพื่อให้เปลี่ยนลวด แถมโดนบ่นอีกต่างหาก
ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากเจอปัญหาแบบนี้ ก็ควรระมัดระวังเรื่องอาหารที่กินให้มากขึ้นนะครับ
ขั้นตอน จัดฟัน ทุกเดือน…รู้ไว้ไม่มีพลาด

ขั้นตอน จัดฟัน ทุกเดือน…รู้ไว้ไม่มีพลาด

หลังจากที่มีเด็ก…เอ้ย!!! มีเหล็ก(ในปาก) เป็นของตัวเองแล้ว ขั้นตอน จัดฟัน ในทุกๆเดือน คุณก็จะต้องไปพบคุณหมอจัดฟัน เพื่อเปลี่ยนขนาดของ ลวดดัดฟัน และ ยางดึงฟัน ยางจัดฟัน ให้มีแรงดึงมากขึ้น เพราะการใส่ยางใหม่ๆจะรู้สึกตึงมาก แต่ความตึงจะค่อยๆลดลง บางคนฟันขยับเร็วก็เจ็บไม่นาน แต่บางคนปวดเป็นอาทิตย์ก็มี จึงต้องไปเปลี่ยนยางดึงฟันทุกเดือนเพื่อให้ฟันขยับมากขึ้น และกลับมาทรมานอีกครั้ง 555 มาดูขั้นตอนการไปพบคุณหมอในแต่ละเดือนกันครับ

ขั้นตอน จัดฟัน

1.ประมาณ 1 วันก่อนถึงวันนัด จะมีเจ้าหน้าที่โทรมาเตือนคุณ ว่านัดไว้วันไหน เวลานัดกี่โมง(บางที่ก็ไม่มี ต้องจำเองนะครับ ไม่งั้นพลาดนัดอาจจะรอกันยาวเลย)

2.ก่อนถึงเวลานัด ควรทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อย ผมเคยพลาดลืมเอาเศษอาหารออก แค่บ้วนปากอย่างเดียว พอคุณหมอถอดลวดออกเท่านั้นแหล่ะ เศษอาหารกระเด็นออกมาเพียบ อายมากๆ T-T

3.ควรไปถึงที่ร้านก่อนเวลา ถ้าคุณไปถึงช้า เนื่องจากคิวของคุณหมอจะถูกวางไว้เต็มช่วงเวลาที่คุณหมอมาทำงาน ถ้าคุณไม่อยู่ที่ร้าน เค้าจะเลื่อนคิวต่อไปให้เข้าพบคุณหมอก่อน ส่วนคุณที่มาทีหลังก็ต้องรอจังหวะคิวว่าง ซึ่งเสียเวลาพอสมควรเลย

4.พอถึงคิว คุณหมอก็จะให้เลือก สียางดัดฟัน ก่อน ช่วงเวลาสั้นๆเลือกสีดีๆนะครับ ไม่งั้นต้องทนไปทั้งเดือน ควรตัดสินใจมาก่อนเลย แต่ถ้ามาถึงแล้วสีนั้นหมด ก็ซวยละครับ 555 เลือกมาตั้งแต่ที่บ้านสัก 2 สีก็ได้ครับเผื่อไว้ก่อน

5.คุณหมอก็จะเปลี่ยน ลวดจัดฟัน เปลี่ยนยางดึงฟันให้ แต่พอทำเสร็จ ควรตรวจเช็คอีกครั้งก่อนออกจากร้าน ไม่งั้นมาเจอปัญหาที่บ้านคุณต้องกลับมาให้คุณหมอแก้ให้ เสียเวลานะครับ
- ยางดัดฟัน แต่ละห่วง เข้าที่ดีมั้ย มีวงไหนหลุดรึเปล่า ยางดัดฟันควรจะเข้าที่กับเหล้กจัดฟันพอดีนะครับ ผมเคยเจอแบบว่า เข้าแค่ 3 มุม ต้องกลับมาให้คุณหมอใส่ให้
- ยางดึงฟัน บางจนจะขาดรึเปล่า ทั่วไปแล้วพอใส่เข้าไปกับเหล็ก ยางดึงฟันก็จะบางลง เพราะถูกยืดออก แต่ถ้าสังเกตแล้วพบว่า บางเส้นบางผิดปกติ ก็ควรแจ้งคุณหมอตอนนั้นเลย
- ลวดดัดฟัน เส้นใหญ่ ยาวไปรึเปล่า แทงเหงือกหลังฟันกรามรึเปล่า ให้ลองขยับกรามของเราไปทางซ้าย-ขวา ดูว่าเหล็กทิ่มเหงือกรึเปล่า
– ลวดเส้นเล็ก ที่ใช้ดึงฟันหน้าให้ติดกัน คุณหมอตัดลวดยาวไปรึเปล่า มันจะทิ่มเหงือกเวลาเคี้ยวอาหารและเวลาพูดครับ

6.ชำระเงิน อันนี้เงินสด รูดบัตรไม่ได้นะครับ ราคาจัดฟัน ในแต่ละครั้งก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของแต่ละคลินิก

7.เลือกเวลานัดในเดือนถัดไป ส่วนวันที่ คุณหมอจะมีกำหนดมาให้อยู่แล้ว เราแค่เลือกเวลาที่สะดวก

เหล่านี้เป็นแนวทาง ขั้นตอน จัดฟัน ในการไปพบคุณหมอในแต่ละเดือน แต่ละที่อาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันนิดหน่อย ระยะเวลาในการพบคุณหมอจัดฟันแต่ละเดือนไม่นานเลย 10-15 นาที ก็เสร็จแล้ว ยกเว้นแต่ว่าคุณมีปัญหากับอุปกรณ์จัดฟัน หรือคุณมาไม่ทันเวลานัด ก็อาจจะทำให้เสียเวลามากขึ้นนะครับ
จัดฟันดัดฟัน

ถอนฟันครั้งที่2 : ถอนง่าย สบายใจ

หลังจากที่ครั้งก่อนได้ ถอนฟัน ด้านซ้ายออกไป มาคราวนี้ถึงเวลาต้องถอนฟันด้านขวาบ้างแล้ว

ในระหว่าง 1 เดือนที่รอ ทำให้พบว่า การถอนฟันออกไป เพื่อ ดัดฟัน ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ จากแต่ก่อนที่เวลาทานอาหารแล้ว จะมีเศษอาหารขึ้นไปติดอยู่ที่ด้านบนและด้านล่างของ ลวดจัดฟัน เวลาทำความสะอาดก็เอาออกได้ยาก เพราะต้องแคะออกทางด้านบน หรือด้านล่างเท่านั้น แต่พอเราถอนฟันออกไป 2 ซี่ ทำให้เกิดช่องว่าง เวลาจะเอาเศษอาหารออก ก็แค่เขี่ยมันมาตรงงช่องว่างก็จะเอาออกได้อย่างง่ายดาย ทำให้บางครั้งที่เราไปทานอาหารนอกบ้าน แล้วไม่สามารถแปรงฟันหรือบ้วนปาก ก็ใช้วิธีนี้เอาเศษอาหารออกได้ง่าย

และแล้วก็ถึงวันที่คุณหมอนัด มาถึงก็ขึ้นเขียง…เอ๊ย ขึ้นเตียงหมอฟัน เพื่อถอนฟันด้านขวา 2 ซี่ คราวนี้ทุกอย่างผ่านไปอย่างง่ายดาย ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 15 นาที ไม่ลำบากเหมือนคราวที่แล้ว และครั้งนี้เตรียมตัวอย่างดี มีผ้าปิดปากมาด้วยและไม่นัดคุยงานอะไรทั้งนั้น ตรงกลับบ้านเลย เพื่อให้เลือดหยุดไหลได้เร็วขึ้น ไม่ถึง 1 ชั่วโมงเลือดก็หยุดไหล (อย่ากัดผ้าก็อตแน่นจนเกินไป มันจะเมื่อยและไม่ได้ช่วยให้เลือดหยุดไหลเร็วหรอก ผมลองมาแล้ว กัดธรรมดา หลวมๆก็พอ)

ติดลวด จัดฟันดัดฟัน

แต่ปัญหาที่เจอก็ยังเหมือนเดิม แล้วผมคิดว่ามันคงต้องเจอตลอดไปจนกว่าจะ จัดฟันดัดฟัน เสร็จแน่ๆ คือ
1.กัดกระพุ้งแก้มตัวเอง แก้ยากเพราะตอนเวลาทานข้าว เราะเคี้ยวเพลินจนลืมตัว เผลอกัดจนได้ วิธีแก้ก็คือเคี้ยวข้าวให้ช้าลง ถึงจะยังกัดอยู่บ้างแต่ก็เบาๆ ไม่เจ็บมาก 555

2.ลวดขูดผนังด้านในปาก เป็นปัญหามากสำหรับผม เพราะเป็นอาจารย์สอนพิเศษ ทำให้ต้องมีการพูดเป็นระยะเวลานานๆ ใน 1 ครั้งที่สอนจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็จะมีอาการแค่แสบๆ มีแผลถลอกนิดหน่อย แต่ในบางครั้งที่ต้องสอน 2 ครั้งในวันเดียวกัน ผมต้องสอนถึง 7 ชั่วโมง หนักเลยคราวนี้ แสบแผลจนต้องหยุดสอนเป็นระยะ มีเลือดออกมานิดหน่อย แต่หลังจากนั้นจะทานอาหารร้อนๆ หรือเผ็ดไม่ได้เลย อย่าว่าแต่ขยับปากพูดเลย อยู่เฉยๆก็ยังเจ็บ (ผมใช้ขี้ผึ้งแล้วก็ช่วยได้แค่นิดหน่อย)

3.ปากเหม็น อันนี้ผมไม่รู้ตัว จนโดยเพื่อนทักว่ามีกลิ่นปาก เข้าใจว่าแค่แปรงฟัน แคะฟันก็น่าจะสะอาดแล้ว แต่จริงๆเศษอาหารจะติดแน่นและแปรงออกได้ลำบาก เพราะมี ลวดจัดฟัน ขวางอยู่ ผมแนะนำให้ใช้ ไหมขัดฟัน (ปกติคุณหมอจะแจกให้ แต่ถ้าไม่มีต้องซื้อเองละครับ) ควบคู่ไปด้วย และควรจะทำที่บ้านหรือที่ลับตาคน เพราะท่าทางจะน่าเกลียดมาก กว่าจะสอดไหมขัดฟันเข้าไประหว่างฟันกับลวดได้ น้ำลายเลอะไปหมด แต่ก็ช่วยให้ลดกลิ่นปากลงได้เยอะ สะอาดมั่นใจ

ทำให้เวลาใครที่มาพูดกับผมว่าอยาก จัดฟันดัดฟัน บ้าง ผมมักจะบอกให้เค้าคิดให้ดีก่อนที่จะทำ เพราะบางคนจะมองแต่ข้อดี จนลืมคิดถึงความทรมานที่จะตามมา ทนได้มั้ยถ้ากินอะไรไม่ได้เพราะมีแผลในปากเต็มไปหมด จากการที่กัดกระพุ้งแก้มตัวเอง เคี้ยวซ้ายกัดซ้าย เคี้ยวขวากัดขวา ต้องแสบร้อนจากแผลร้อนในเป็นอาทิตย์ ต้องดูแลช่องปากเป็นพิเศษ ไม่งั้นฟันผุและมีกลิ่นปาก ถ้ารับกับปัญหาพวกนี้ได้ ก็ลุยเลยครับ เข้าไปปรึกษาคุณหมอได้เลย

ถอนฟัน

ถอนฟันครั้งที่1 : กรรมของ(ฟัน)เก

หลังจากที่ได้ติดเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อดึงฟันนิดหน่อยและ เพื่อให้ปรับสภาพช่องปากของเราให้คุ้นเคยกับเครื่องมือ ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องไปพบคุณหมออีกครั้ง

ตอนไปถึงก็ลุ้นๆอยู่ว่าวันนี้คุณหมอจะทำอะไร ระหว่างติดเครื่องมือ จัดฟัน ที่ฟันล่างหรือถอนฟัน 4 ซี่ ถ้าเป็นการติดเครื่องมือที่ฟันล่าง ก็คงไม่เท่าไหร่เพราะคงไม่ต่างจากเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน ที่ฟันบน แต่ถ้าเป็นการถอนฟันจะทำยังไงดี เพราะต้องไปธุระต่อหลังจากมาพบคุณหมอ

ถอนฟัน

พอเข้าไปเจอคุณหมอก็เช็คเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน ที่ฟันบนก่อนว่ามีปัญหาหรือไม่ หลังจากนั้นก็บอกผมว่า วันนี้จะปรับเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน และส่งถอนฟันแล้วนะ อ่อ…โอเค ไปทำธุระต่อได้อยู่ ซึ่งในวันนี้ก็เป็นการตัดลวด โดยเว้นช่องตรงฟันที่เราจะต้องถอน เพื่อให้คุณหมอ ถอนฟันได้สะดวก เดือนนี้ก็ได้เลือกสียางอีกครั้ง คราวนี้ขอสีส้มเลย เด่นมากๆ ก่อนกลับก็ทำการนัดวันเข้ามาถอนฟัน จากที่ฟังๆมา เพื่อนแต่ละคนก็แนะนำว่าควรจะถอนทีละ 2 ซี่ (ซีกซ้ายหรือซีกขวา) เพราะจะไม่ทรมานมากและยังพอกินอาหารได้ ก็เลยนัดวันมาถอนฟันโดยเว้นช่วงห่างกัน 1 อาทิตย์เพื่อให้ซีกที่ถอนไปก่อน หายดีพอจะเคี้ยวอาหารได้

ตื่นเต้นพอสมควร จำไม่ได้แล้วว่าตอนเด็กๆถอนฟันเจ็บมากมั้ย พอมาถึงก็เจอคุณหมอฟันเตรียมเครื่องมือรอแล้ว(เตรียมพร้อมเกินไปมั้ยค๊าบ) แต่ดันหาฟิล์มที่ X-ray ฟันของผมไม่เจอ (แอบได้ยินเจ้าหน้าที่่คุยกัน) โชคดีที่ฟันที่จะถอนอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน คุณหมอฟันก็เลยบอก ไม่เป็นไรถอนตามตำแหน่งนี่แหล่ะ ผมเองก็งง เว้นไว้ให้แล้วนี่นา จะไปถอนซี่อื่นได้ไง -*- คุณหมอก็ถามว่าจะถอนข้างไหนก่อน ผมเลือกข้างซ้ายก่อน เพราะว่ามี ฟันเก อยู่ 1 ซี่ ผมว่ามันน่าจะถอนยาก เริ่มต้นด้วยการฉีดยาชา โดยคุณหมอจะเอายาชาแบบป้าย มาทาๆไว้ที่เหงือกของเราก่อน ตอนเอาเข็มฉีดยาชาจะได้ไม่เจ็บมาก แต่…..เจ็บครับ โดนไป 2 เข็มที่เหงือกบน จากนั้นก็อีก 2 ที่เหงือกล่าง คุณหมอบอกว่าจะถอนฟันบนก่อน กว่าจะถอนเสร็จเหงือกล่างก็จะชาแล้ว

ได้ผลครับ ชามากเลย เหมือนแก้มเราตุ่ยๆ ดึงๆ ความรู้สึกตอนที่คุณหมอถอนฟันก็คล้ายๆฟันโยกนิดหน่อย ตอนฟันบนหลุดยังไม่รู้ตัวเลย คุณหมอบอกว่าเสร็จแล้วนะต่อไปก็ฟันล่าง แล้วก็มาเช็คว่าเหงือกล่างชารึยัง ซึ่งตอนนี้ตุ่ยๆมากแล้ว ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่ามันชามากกว่าเหงือกบน หรือเพราะว่าทิ้งไว้นาน

แล้วงานก็เข้าจริงๆด้วย คุณหมอบ่นทันที “ใช้คีมดึงไม่ได้เลย เอาเบอร์เล็กกว่านี้มาให้หน่อยค่ะ” คีมเล็กที่สุดในคลีนิกก็ยังดึงไม่ได้เลย เพราะฟันซี่ล่างมันเกมากครับ ฟัน 2 ซี่ข้างๆมันบีบเข้ามาจนคีมแทรกลงไปไม่ได้ ถ้าหมอให้คีบบีบลงไปเลย จะทำให้ฟัน 2 ซี่ข้างๆแตกได้ คุณหมอก็ลองแล้วหลายๆมุมก็ยังคีบไม่ได้ ซวยแล้ว…แล้วหมอจะทำยังไงเนี่ย “อืม…คีบไม่ได้แฮะ เอางี้ละกันผ่าแยกฟันก่อน” ยังไม่ทันขาดคำคุณหมอก็เพิ่มยาชาอีกเข็มเพราะเจ็บแน่ๆ จากนั้นคุณหมอก็ค่อยๆเจียแบ่งฟัน ผลัดกับดึงฟันส่วนที่พอจะดึงออกได้ ทำได้ไปสักพักอาการเจ็บก็กลับมา ผมว่ายาชามันยังไม่หมดฤทธิ์แต่เพราะคงไปโดนเส้นประสาท ก็เลยเจ็บขึ้นมา ยกมือบอกหมอว่าเจ็บ(หมอบอกว่าถ้าเจ็บให้ยกมือ อย่าส่ายหน้าเดี๋ยวโดนเครื่องมือ) หมอก็เลยเติมยาชาอีก 2 เข็ม คราวนี้ชาไปครึ่งหน้าแล้ว คุณหมอก็ทำต่อ และแล้วก็มาถึงส่วนสุดท้าย แต่อาการเจ็บก็กลับมาอีกเช่นกัน คุณหมอบอกว่าฉีดธรรมดาไม่ได้แล้ว เอางี้ละกันฉีดลงกลางฟันเลย -*- ความรู้สึกสุดจะบรรยาย เข็มยาชาค่อยๆแทงลงกลางฟัน น้ำตาจาไหล แต่ก็ได้ผลครับ คราวนี้ชาสนิทเลย คุณหมอก็ถอนฟันต่อจนเสร็จ เฮ้อ…เสร็จซะที รวมเวลาแล้วประมาณ 1 ชม. ครึ่ง

คุณหมอก็ให้กัดผ้าก็อตไว้ 2 ชม. เพื่อห้ามเลือด กัดแน่นๆและห้ามบ้วนน้ำลาย กลืนเข้าไปเลยทั้งเลือดทั้งน้ำลาย แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผ้าก็อตมัน อยู่ที่ยาชาต่างหาก เพราะยาชายังไม่หมดฤทธิ์บริเวณปากเราจะรู้สึกบวมๆ ตึงๆ ควบคุมไม่ค่อยได้ ลองส่งกระจกดูถึงกับตกใจเพราะปากเบี้ยว พยายามฝืนให้มันตรงก็ลำบาก แย่แล้วจะออกไปยังไงเนี่ยเดินปากเบี้ยวอายคนอื่นแย่ นั่งคิดอยู่ที่คลีนิกพักนึงก็ได้ทางออก คุณหมอสั่งให้ไปซื้อยา เลยถือโอกาสนี้ซื้อผ้าปิดปากด้วย เอาวะ…แกล้งป่วยดีกว่าให้เค้าเห็นปากเบี้ยว

สรุปเลือดหยุดไหลตอนเวลา 20.05 น. ถึงจะกินข้าวได้ โดยอาการมื้อแรกหลังจากถอนฟันคือโจ้กนั้นเอง แล้วยังต้องเอียงหัวกินด้วย กลัวโจ้กไปโดนฟันที่ถอนแล้วเลือดไหลอีก ในตอนต่อไปของขั้นตอนการ จัดฟันดัดฟัน เราจะมาดูผลของการถอนฟันครั้งแรกและการไปถอนฟันครั้งที่สองของผมกันครับ

จัดฟันดัดฟัน

แค่ติดเหล็ก(จัดฟัน)…ชีวิตก็เปลี่ยน

หลังจากคราวก่อนที่เราได้ไปหาคุณหมอเพื่อติดเครื่องมือ จัดฟัน ที่ฟันบน ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปหลายอย่าง ได้รับรู้ถึงความลำบากในการจัดฟัน ซึ่งหลายคนอาจจะมองเพียงแค่ผลของมันจนลืมไปว่า กว่าจะจัดฟันเสร็จ คุณต้องเจออะไรอีกเยอะ

จัดฟันดัดฟัน

1.เลือกสียางผิดคิดหนักไปอีกเดือน – โชคดีของผมที่เลือก ยางรัดฟัน สีน้ำเงิน ซึ่งตอนที่เลือกไม่ได้อ่านไปก่อนเลย ว่าควรเลือกสีของยางยังไง พอกลับมาอ่านถึงได้รู้ว่าเกือบไปแล้ว จริงๆมันก็ไม่ได้มีผลกับการจัดฟันของเราหรอกครับ เพียงแต่ว่าเพราะยางรัดฟันมันอยู่ในช่องปากของเรา ซึ่งถ้าสีของยางดูแปลกๆอาจจะทำให้คนที่พบเห็นเข้าใจผิดได้ เช่น ยางสีเขียวก็เหมือนกับเศษผักติดฟัน เป็นต้น ถ้าสนใจอ่านเพิ่มเติมหรือลองเลือกสีของยางเล่นๆ ก็เข้าไปอ่านได้ที่ หลากสีสันยางจัดฟัน

2.ผิวพรรณจะดีขึ้น – เป็นผลพลอยได้ของการที่เรา จัดฟันดัดฟัน แล้ว เกิดแผลร้อนในในช่องปาก รวมไปถึงอาการปากแห้ง เพราะมีเหล็กจัดฟันเข้าไปอยู่ในช่องปากของเรา จึงต้องแก้ไขด้วยการทาลิปมันและดื่มน้ำเยอะๆ ก็จะช่วยได้ส่วนนึง

3.น้ำหนักลดลง – เหตุก็เพราะมาจากว่ากินอาหารได้ลำบากมากขึ้น และเลือกกินอาหารได้เฉพาะบางอย่าง พอฟันของเรา เริ่มมีการเคลื่อนที่ จะทำให้เราเคี้ยวอาหารไม่สะดวกและมีอาการปวดบริเวณฟันที่ถูกดึง จึงเคี้ยวอาหารแรงไม่ได้ กว่าจะเคี้ยวให้ละเอียดได้แต่ละคำก็ทำเอาเมื่อยกรามไปหมด แต่จะไม่ได้ผลกับคนที่เห็นว่ากินข้าวลำบาก กินขนมดีกว่า อันนี้อาจจะอ้วนกว่าเดิม ช่วงเดือนแรกที่ติดเครื่องมือจัดฟัน น้ำหนักของผมลดลงไป 1.5 กิโลแล้วขนาดยังไม่ถอนฟันนะเนี่ย

4.พูดน้อยลง – ปกติเป็นคนพูดมาก ช่วงนี้คนรอบข้างอาจจะมีความสงบมากขึ้น เพราะเวลาเราพูดปากจะไปเกี่ยวกับเครื่องมือ บ่อยครั้งที่ต้องเอามือดึงหนังปากลงมา -*- รวมไปถึงอาการน้ำลายกระเด็น อันนี้ควบคุมไม่ได้จริงๆ คนผมยังแค่น้ำลายกระเด็น เพื่อนๆคนอื่นน้ำลายไหลเลยทีเดียว

5.เป็นโรคขี้ระแวง – ไม่ใช่ระแวงคนอื่นนะครับ ระแวงฟันตัวเองนี่แหล่ะครับ เวลาต้องออกไปกินอาหารข้างนอกบ้าน ปกติเวลาเราอยู่ที่บ้านหลังกินข้าวก็จะแปรงฟันหรือบ้วนปาก แต่เวลาที่ต้องออกไปกินข้าวนอกบ้าน จะหาที่แปรงฟันก็คงลำบาก หรือจะอมเศษอาหารกลับบ้านก็คงไม่ดี การกลั้วปากหลังอาหารช่วยได้แค่นิดหน่อย แล้วจะทำให้เราเกิดอาการระแวงว่า ยิ้มแล้วจะมีเศษอาหารติดอยู่ อย่าว่าแต่อาหารเลยครับ แค่กินขนมนิดหน่อยก็ระแวงแล้ว ดังนั้นจึงต้องพึ่งไม้จิ้มฟันและกระจก เพื่อเคลียร์เศษอาหารซะ แนะนำว่าควรจะพกติดตัวไว้เลย อย่ามั่นใจว่าที่ร้านอาหารจะมีไม้จิ้มฟันให้คุณ ยืนยันว่ามีแค่บางร้านจริงๆ ส่วนกระจกถ้าไม่มีอาจจะทำให้เราพลาด ลืมเอาเศษอาหารบางจุดออกไป ยิ้มทีนึงคนที่เห็นรู้เลยว่าเราไปกินอะไรมาบ้าง

6.เป็นคนขี้สังเกตมากขึ้น – เป็นธรรมดาของคนที่จัดฟัน ก็ย่อมอยากรู้ว่าฟันของเราเคลื่อนที่บ้างรึยัง ส่องกระจกมันทุกวันเลย ขยับรึยัง…ขยับรึยัง(ยังไม่ได้ถอนฟันเลย มันจะไปขยับขนาดนั้นได้ไง) แต่ก็ทำให้เราได้สังเกตเครื่องมือภายในช่องปาก ของเราไปด้วยในตัว ซึ่งบางครั้งเรากินอาหารแล้วไม่ทันระวัง ทำให้ยางรัดฟันหรือเครื่องมือหลุดได้ ในกรณีที่ยางรัดฟันหลุด ถ้าสามารถเกี่ยวกลับเข้าไปเองได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ได้หรือเครื่องมือหลุด ควรจะไปพบคุณหมอให้ติดให้ใหม่ นานๆครั้ง ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ฟังคุณหมอ แล้วฝืนกินอะไรแข็งๆแล้วมาให้คุณหมอติดให้บ่อยๆจะโดนบ่นเอานะครับ

7.หัดเคี้ยวอาหารด้วยฟันกรามซะดีๆ – เมื่อคุณติดเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน แล้ว จะเริ่มมีอาการปวดบริเวณฟันหน้า อย่าว่าแต่กัดอาหารเลยแค่ฟันกระทบกันก็ปวดแล้ว ดังนั้นเวลากินอาหารต้องอาศัยฟันกรามเคี้ยวอย่างเดียว อาหารชิ้นใหญ่ก็ต้องฉีก ให้เป็นชิ้นเล็กๆไม่งั้นเคี้ยวไม่ได้อีก แล้วยังต้องเคี้ยวให้ช้าลงเพื่อไม่ให้กัดลิ้นตัวเอง

ตอนต่อไป จะเป็นการไปหาคุณหมอเพื่อปรับเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน ให้เหมาะกับการถอนฟัน ช่วงเวลาแห่งความสยองมาถึงแล้ว 555

จัดฟันดัดฟัน

มาแล้วเหล็ก จัดฟันดัดฟัน ชิ้นแรก

และแล้วเวลานั้นก็มาถึง หลังจากที่คราวก่อนเราได้เข้าไป พบคุณหมอ จัดฟันดัดฟัน ทำให้เรารู้ถึงความยากง่ายในการจัดฟันของเรา รวมถึงการเคลียร์ช่องปากเพื่อให้พร้อมต่อการ จัดฟันดัดฟัน

จัดฟันดัดฟัน

หลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลมาทำให้เข้าใจว่าครั้งนี้น่าจะมีการถอนฟัน แล้วหลังจากนั้นถึงจะติดเครื่องมือ เลยเตรียมที่จะกลับไปพักที่บ้านหลังจากการถอนฟัน เพราะน่าจะระบมมาก 4 ซี่แน่ะ แต่เปล่าเลยการมาพบคุณหมอครั้งนี้ผมยังไม่ได้ถอนฟัน

พอมาถึงคุณหมอก็ตรวจว่าเราได้ทำการอุดฟัน+ขูดหินปูนเรียบร้อยหรือยัง จากนั้นก็เอายางจัดฟัน มาให้เลือกสี ผมก็เลยงง เอ๊ะ…ทำไมให้เลือกยางก่อนล่ะ ฟันยังไม่ได้ถอนเลย คุณหมอก็ตอบว่า “หมอจะติดเครื่องมือฟันบนให้ก่อน เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอคือถ้าติดพร้อมกันทั้งฟันบนและฟันล่าง หรือติดพร้อมกับถอนฟัน จะทำให้เจ็บมาก เพราะเป็นการเร่งจนเกินไป จึงค่อยๆให้เราทำความคุ้นเคยกับเหล็กจัดฟัน ก่อน” แถมคุณหมอยังบอกอีกว่าบางรายติดทั้งฟันบนและฟันล่างพร้อมกัน แต่สุดท้ายทนไม่ไหว มาขอเอาเครื่องมือฟันล่างออกก่อน แล้วค่อยมาติดใหม่ ผมก็เริ่มสยองละ มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ซึ่งจากเท่าที่ดูในอินเตอร์เน็ตมา ก็จะบอกว่าเหล็กจัดฟันมีผลกระทบกับช่องปากของเราอย่างไรบ้าง

  • ทำให้เรามีแผลภายในช่องปาก เนื่องจากมีโลหะซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในปากเรา ทำให้ผนังภายในช่องปากแก้มเกิดแผลถลอก แต่เมื่อแผลหาย ผนังภายในช่องปากเราจะหนาขึ้นทำให้เราไม่เจ็บอีกต่อไป
  • ทำให้เราเกิดอาการร้อนใน ปากแห้ง จึงต้องดื่มน้ำเยอะๆและทาลิบมันเพื่อให้ปากเราไม่แห้งจนเกินไป
  • เศษอาหารต่างๆจะติดกับเหล็ก จัดฟัน ต้องหมั่นทำความสะอาดไม่งั้นจะทำให้มีกลิ่นปากและฟันผุได้

โอเคครับคุณหมอ งั้นค่อยๆติดทีละชิ้นก็ได้ครับ คุณหมอก็จะใช้เครื่องมือมาเจียฟันเราให้เรียบ เพื่อติดเครื่องมือ จัดฟัน จากนั้นก็ทำให้ฟันเราแห้งจากนั้นถึงจะติดเครื่องมือ ตอนติดเครื่องมือจะยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอคุณหมดเอาลวดใส่เข้าไปแล้วเอายางมารัดลวดให้ติดกับเครื่องมือ จะรู้สึกว่ามันตึงๆ เวลาขยับปากมันจะไปโดนเหล็กทำให้ยิ่งดึงๆฟัน โดยคุณหมอไม่ได้ติดเครื่องมือฟันทุกซี่นะครับ จะเว้นซี่ที่ถอนฟันไว้ให้ เพราะเวลาถอนฟันเค้าไม่เอาเหล็กออกนะครับ แต่ตัดลวดตรงฟันที่จะถอน แล้วถอนออกไปเลย ดังนั้นตำแหน่งเว้นของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน มันจะมีประโยชน์ตอนเรากินอาหารนี่แหล่ะครับ 5555

หลังจากชำระเงินก็จะมีแปรงสำหรับแปรงซอกฟันให้เรา 1 อัน พร้อมสอนวิธีใช้ ซึ่งจริงๆแล้วผมจะต้องได้แปรงสีฟันสำหรับคน จัดฟันดัดฟัน อีก 1 อัน แต่ของทีร้านหมด เลยต้องไปหาซื้อเอง และอีกอย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องได้แน่นอนคือ ขี้ผึ้ง เอาไว้สำหรับไปยัดไว้กับเหล็กด้านที่ขูดกับผนังภายในช่องปาก เพื่อลดอาการเจ็บปวดจากแผล

ผลของการใส่เครื่องมือจัดฟันครั้งนี้คือ

1.ทานอาหารลำบากขึ้น
มันมีเหล็กเพิ่มเข้ามาในปากเรา ซึ่งปกติเวลาเราทานอาหาร ตอนเราเคี้ยวก็จะมีเศษอาหารอยู่ภายในปากเรา แต่เมื่อเรากลืน มันก็จะลงคอไปหมด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว กินอะไรเข้าไปมันไปค้างบนเครื่องมือหมดเลย แล้วจะตุงๆเหมือนยัดอาหารไว้ใต้ปากด้านบน ทำให้เราต้องใช้ลิ้นเขี่ยมันลงมา จะให้เขี่ยไปไหนล่ะ มีเครื่องมือเต็มไปหมด ทางออกก็คือฟันซี่ที่เราจะต้องถอน เพราะมันไม่มีเครื่องมือติดอยู่ เขี่ยกันเพลินเลยทีเดียว

2.ทานอาหารแข็งๆ เหนียวๆไม่ได้
เพราะว่าลวดภายในปากของเรามันรั้งไว้ด้วยยางวงเล็กๆเท่านั้นเอง แถมเครื่องมือก็เล็กๆต่อให้กาวแน่นแค่ไหน ถ้าไปกัดอะไรแข็งๆมันก็หลุดได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงเพื่อที่จะไม่ต้องไปหาคุณหมอก่อนเวลา ก็คงไม่สามารถระบุได้ทั้งหมด แต่ก็วัดเอาจากความแข็งของก้านคะน้าละกัน (ก้านใหญ่ๆนะครับ) ยิ่งพวกถั่ว หมูกรอบ เนื้อเหนียวๆ ห้ามเลยนะครับ

3.ระวังกัดลิ้นตัวเอง
อันนี้เจอกับตัว ซึ่งแต่ละคนพฤติกรรมการกินไม่เหมือนกัน แต่ผมดันติดนิสัยเอาลิ้นไปเขี่ยเศษอาหารระหว่างกิน ทำให้เคี้ยวผิดจังหวะกัดลิ้นด้านซ้ายเต็มๆ เลือกกลบปากเลยครับ แถมกัดแรงมาก ใครเห็นแผลก็บอกให้ไปโรงพยาบาล แต่ดื้อไม่ยอมไป เพราะตอนเด็กๆเคยกัดลิ้นแบบนี้แล้วหายได้เอง คราวนี้ก็ทำเหมือนเดิม อมน้ำแข็งเพื่อให้เลือดหยุดไหล แสบและทรมานมากแต่ก็ดีกว่าไปเย็บที่โรงพยาบาล ผลจากการกัดลิ้นครั้งนี้ทำให้เคี้ยวอาหารช้าลง เพราะกลัวจะไปกัดโดยลิ้นอีก ดังนั้นถ้าคุณจัดฟันแล้วสิ่งที่คุณควรจะปรับคือ การเคี้ยวอาหารให้ช้าลง

4.ต้องพกไม่จิ้มฟัน+แปรงสีฟันติดตัว
2 อย่างนี้ใช้แตกต่างกัน แปรงสีฟันจะเอาไว้แปรงเวลาที่อยู่ออฟฟิศ จะให้พกไปข้างนอกด้วยคงไม่สะดวกเท่าไหน ดังนั้นเวลาออกไปทานอาหารข้างนอก หลังจากทานเสร็จต้องกลั้วปาก แล้วใช้ไม่จิ้มฟันแคะเศษอาหารที่ยังติดอยู่ แต่แคะเฉพาะที่ร่องฟันไม่ได้นะครับ ตรงกลางเครื่องมือแต่ละชิ้นจะมีช่องเล็กๆอยู่ ตรงนั้นก็ต้องแคะออก ลองนึกภาพสิครับว่าคุณทานข้าวปั้นไข่กุ้ง แล้วไข่กุ้งติดฟัน มันทรมานแค่ไหนตอนมาแคะออก -*-

5.เป็นแผลในช่องปาก
ขยับปากพูดทีก็เจ็บแล้ว ทำให้ช่วงที่เป็นแผลพูดน้อยลงเยอะเลย แต่พอทนได้ครับ แต่ถ้าใครทนไม่ได้ ขี้ผึ้งที่คุณหมอให้มาช่วยท่านได้ครับ อ่อ…งดทานของเผ็ดนะครับ แสบมากๆเลย

หมอ จัดฟันดัดฟัน

พบคุณหมอ จัดฟันดัดฟัน

ในตอนนี้เราจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการจัดฟัน แล้ว จากตอนที่ผ่านมา ทำให้เราได้รู้แล้วว่าควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนการจัดฟัน รวมถึงการวางแผนชีวิตระหว่างการจัดฟัน เรามาเิริ่มกันเลย

ผมเลือก จัดฟันดัดฟัน ที่คลีนิกเพราะไม่อยากไปรอคิวที่โรงพยาบาล แถมมีร้านหลายสาขาใกล้บ้าน โดยเลือกคลีนิกที่ราคาไม่แพงมาก ถึงหลายคนจะเชียร์ให้ไปจัดอีกคลีนิกที่ดาราชอบไปจัดฟัน แต่เห็นราคาแล้วเลือกร้านอื่นดีกว่า สู้ราคาไม่ไหวครับ ดังนั้นขั้นต่อไปก็คือการเช็ควันที่คุณหมอเข้ามาตรวจ ใช้วิธีโทรไปถามที่ได้ข้อมูลก่อน เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาไปทีละสาขา

หมอ จัดฟันดัดฟัน

ก็ได้ข้อมูลมาว่าสาขาที่ใกล้บ้าน คุณหมอเข้างานเฉพาะวันพฤหัสแรกของเดือน ซึ่งผมติดทำงานจึงไม่สะดวกไปจัดฟัน ที่สาขานี้ แต่โชคดีที่อีกสาขาหนึ่งคุณหมอเข้างานวันเสาร์แรกของเดือน ซึ่งน่าจะสะดวกกว่า ขั้นต่อไปคือการเข้าไปพบคุณหมอ เพื่อวิเคราะห์สภาพฟันของเราก่อนการจัดฟัน แต่ละคนมีรูปฟันที่ไม่เหมือนกันดังนั้น จะใช้การจัดฟันไม่เหมือนกัน บางคนต้องถ่างฟันก่อน บางคนดึงได้เลย แต่อย่าเพิ่งกังวลไปเลยครับ รอคุยกับคุณหมอก่อนดีกว่า

ผมไปถึงคลีนิกก่อนเวลาเนื่องจากตื่นเต้น พอเข้าคลีนิกไป ก็นั่งรอเนื่องจากคนเยอะพอสมควร ระหว่างที่รอก็มีวีดีโอเกี่ยวกับทันตกรรมต่างๆ ให้ดู ทั้งการจัดฟัน, การใส่รากฟันเทียม ฯลฯ ให้เราสยองเล่นก่อนพบคุณหมอ หลังจากทำข้อมูลประวัติการ จัดฟัน แล้ว ก็เข้าพบคุณหมอ ไปอ้าปากให้คุณหมอเช็ค คุณหมอก็ไม่รอช้าจับอ้าปากเช็คฟันก่อน แล้วคำพูดที่ตามมาก็คือ “แปรงฟันไม่สะอาดนะคะ หินปูนเพียบเลย” ได้แต่อายๆ เถียงไม่ได้ก็เราแปรงฟันไม่สะอาดจริงๆนี่นา 5555 แต่โชคดีที่ฟันยังไม่แย่มาก มีฟันเกแค่ 1 ซี่ ส่วนซี่อื่นๆก็ไม่ได้ซ้อนกันมาก เมื่อสบฟันแล้วไม่มีปัญหา ตำแหน่งที่คุณหมอบอกให้ถอนฟันคือ 4 ซี่ หลังเขี้ยว (แต่ละคนไม่เหมือนกันนะครับ บางคนจะได้ถอนฟันกราม แล้วแต่สภาพช่องปาก) จากนั้นคุณหมอก็ให้พิมพ์ฟันของเรา เพื่อเอาไว้วิเคราะห์การจัดฟัน ต่อไป ขั้นต่อไปเราก็ต้องไป X-ray เพื่อดูว่าฟันคุด ว่าจะมีปัญหาต่อการจัดฟันของเราหรือไม่ เพราะถ้ามีผลก็ต้องผ่าออก ได้แต่ภาวนาให้ไม่เป็นไรเพราะไม่อยากผ่าฟันคุดเลย กลัวเจ็บอ่ะ หลังจาก X-ray ก็มาพบคุณหมออีกที ผลออกมาก็สบายใจ โชคดีที่ฟันคุดนอนอยู่ระนาบเดียวกับรากฟัน คุณหมอก็เลยให้เลือกว่าจะเอาออกมั้ย ถ้าไม่เอาออกก็เหมือนอมระเบิดเวลาไว้ แต่ในเมื่อมันไม่เป็นผลเสียก็ปล่อยมันเถอะ 555

คุณหมอก็จะนัดเราอีกทีเดือนหน้าเพื่อติดเครื่องมือ จัดฟัน ระหว่างนี้จะให้เวลาเราไปเคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อย ซึ่งสิ่งที่ต้องทำก็มี อุดฟัน 5 จุดและขูดหินปูน เพิ่งรู้ว่าฟันผุเยอะขนาดนี้ สงสัยกินขนมเยอะไป พอถึงตอนชำระเงิน ก็เตรียมจะรูดบัตรเครดิต แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ” จัดฟันใช้บัตรเครดิตไม่ได้นะคะ” ก็เลยต้องเอาเงินสดจ่ายไป ซึ่งยอมรับเลยว่ากระทันหันจริงๆไม่รู้มาก่อน ดีนะกดเงินสดติดตัวมาบ้าง เท่ากับว่าทุกเดือน คุณต้องเตรียมเงินสดไ้ว้จ่ายตลอดระยะเวลาการ จัดฟัน อย่างน้อยๆก็ 20 เดือน

ตัดข้ามมาตอนที่ผมมาคลีนิกอีกครั้งตามนัดเคลียร์ช่องปาก (เรานัดเอง เพราะคุณหมอทำฟันจะเข้ามาทำงานที่คลีนิกทุกวัน จะเลือกวันไหน เวลาไหนก็ได้ แตกต่างจากคุณหมอ จัดฟัน ที่มาเป็นบางวัน) ใช้เวลาทำนานพอสมควรเพราะทำทั้งหมอภายในวันเดียวเลย ไม่อยากเสียเวลามาบ่อยๆ แต่ถ้าใครก็กลัวการทำฟัน อาจจะแบ่งไปทำหลายๆวันก็ได้ครับ ภายในเวลา 1 เดือนที่คุณหมอให้เวลา ระหว่างนั้นก็แปรงฟันให้สะอาดทุกครั้ง ไม่งั้นเดี๋ยวโดนคุณหมอแซวอีก

จัดฟันดัดฟัน

การเลือกสถานที่จัดฟัน

หลังจากตอนที่แล้วเราได้ดูถึงความพร้อมของเราที่จะ จัดฟัน หลายคนคงเริ่มสำรวจตัวเองแล้วว่าพร้อมรึยัง ถ้าพร้อมแล้วมาติดตามกันต่อเลย ในตอนนี้เราจะเริ่มมาดูว่าร้านไหนที่เราจะทำการจัดฟัน ซึ่งสำคัญมาก เพราะเราต้อง จัดฟันดัดฟัน กับที่นี่เป็นระยะเวลาขั้นต่ำ 2 ปี ถ้าเลือกไม่ดีต้องลำบากถึง 2 ปีเลยนะค๊าบ

จัดฟันดัดฟัน

อย่างที่เคยได้บอกไปแล้วว่าสถานที่ จัดฟัน มีหลายแห่ง ดังนี้
1.โรงพยาบาล
– แต่ละโรงพยาบาลจะมีแพทย์เฉพาะทางด้านการจัดฟัน ทำให้เรามั่นใจได้ว่าถ้า จัดฟันดัดฟัน ที่นี่ออกมาดีแน่นอน แถมมีคุณหมอเข้าแทบจะทุกวันทำให้เราสามารถนัดวันได้เอง ต่างจากคลีนิกที่เราต้องไปตามนัดของคุณหมอ ซึ่งการจัดฟันที่โรงพยาบาลก็จะมีแบ่งเป็นอีก 2 แบบ คือการจัดฟันแบบราคาถูกและแบบราคาปกติ

  • จัดฟันกับโรงพยาบาลแบบราคาถูก ข้อดีของการจัดฟันแบบนี้คือ ราคาจะถูกกว่าการจัดฟัน ตามคลีนิกทั่วไป 30-60% ซึ่งทำให้เราประหยัดเงินไปได้เยอะพอสมควร แต่ข้อเสียคือ
    เนื่องจากราคาถูก จึงทำให้มีคนสนใจมาจัดฟันกันเยอะ ทำให้ต้องรอคิวนานมาก บางที่รอ
    กันถึง 3 ปีเลยทีเดียว จึงทำให้หลายๆคนทนรอไม่ไหวเลือกจัดฟันตามคลีนิกดีกว่า แถมอีกกรณีนึงที่คุณอาจจะต้องเจอถ้าจัดฟันแบบราคาถูก ก็คือมีจะมีนักศึกษาเข้ามาชมการจัดฟันของเรา เพื่อเป็นประสบการณ์จริง เคยได้ยินน้องคนนึงเล่าให้ฟังว่ามากันเต็มห้องเลย กดดันมากๆ
  • จัดฟันกับโรงพยาบาลแบบราคาปกติ ราคาจะไม่ต่างจากคลีนิกเท่าไหร่ แต่ข้อดีก็คือเราสามารถนัดคุณหมอได้เองซึ่งสะดวกมากกว่า วันไหนติดธุระหรือช่วงไหนไม่สะดวกก็ไม่นัดคุณหมอช่วงนั้น แต่ทางที่ดีควรไปเป็นประจำ การเว้นช่วงไปพบคุณหมอ ทำให้ระยะเวลาการจัดฟันอาจจะยืดออกไปอีก คุณคงไม่อยากมีเหล็กอยู่ในปาก 3-4 ปีใช่มั้ยครับ ผมว่าแค่ 2 ปี
    ก็ทรมานพอแล้วล่ะ

2.คลีนิก
– ข้อดีของคลีนิกคือมีหลายแห่งให้เราได้เลือก บางคลีนิกมีหลายสาขา แถมแต่ละคลีนิกก็จะมีราคาและรูปแบบการชำระเงินที่แตกต่างกันไป บางคลีนิกให้เราจ่ายเท่ากันทุกเดือนเป็นระยะเวลา 2 ปี
(ไม่รวมค่าเคลียร์ช่องปาก) แต่บางคลีนิก ก็ให้เราจ่ายเงินก้อนใหญ่ใน 3 เดือนแรก แล้วหลังจากนั้นก็จ่ายเท่ากันจนครบเวลา 2 ปี บางที่ราคาก็รวมค่ารีเทนเนอร์แล้ว บางที่ก็ยังไม่รวม ศึกษาดีๆนะครับ เพราะราคาโดยรวมอาจจะบานปลาย ราคาในเว็บไซต์จะเป็นแค่ราคาเริ่มต้นเท่านั้น

เช่นกรณีของผม ที่พักอยู่แถวอ่อนนุช ก็จะมีคลีนิกหลายแห่งที่อยู่แถวๆถนนสุขุมวิท และฝั่งถนนศรีนครินทร์ เนื่องจากเลือกการเดินทางที่สะดวกจึงเลือกฝั่งถนนสุขุมวิท ที่มีรถไฟฟ้าซึ่งผมใช้เดินทางไปทำงานเป็นประจำอยู่แล้ว ต่อมาเราก็ต้องมาเลือกคลีนิกจัดฟัน โดยหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต
นี่แหล่ะครับ ลองค้นหาคำว่า “จัดฟันดัดฟัน”, “แนะนำร้านจัดฟัน” เป็นต้น ก็จะเจอข้อมูลมากมาย
ทั้งเว็บไซต์ของทางคลีนิกเอง และข้อมูลที่มีคนมาแนะนำ มาแชร์ประสบการณ์จัดฟัน ซึ่งช่วยในการตัดสินใจของเราได้เยอะพอสมควร นอกจากนั้นตอนกลับจากทำงานก็ได้แวะลองเดินดูคลีนิกจัดฟันระหว่างทาง ไม่ไหวครับ…สภาพร้านเก่าๆดูไ่ม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ จัดฟันอยู่จะมีแมลงสาบวิ่งผ่านมั้ยน้อ จากการค้นหาในอินเตอร์เน็ต+คลีนิกแนะนำจากเพื่อนๆ ก็ได้รายชื่อคลีนิกที่น่าสนใจมา 5 แห่ง
ทีนี้ก็ต้องมาดูเรื่องราคาและการจ่ายเงิน ราคาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 40,000+ บาท แต่ก็มีบาง
คลีนิกที่ราคาโดดไปถึง 7 หมื่น หรือถูกแบบเว่อร์ก็มี 3 หมื่นต้นๆ แต่ไกลสุด เลยจำเป็นต้องตัดออก ส่วนตัวผมเลือกคลีนิกที่ราคาปานกลางและสภาพร้าน+เว็บไซต์น่าเชื่อถือ เป็นคลีนิกแห่งหนึ่ง(ขอไม่เปิดเผยชื่อนะครับ) ซึ่งมีสาขาที่เดินทางไปด้วยรถไฟฟ้า BTS ได้ เพราะเท่าที่ศึกษามา แต่ละสาขาก็จะมีคุณหมอที่เข้ามาตรวจไม่ตรงกัน สาขานึงเราอาจจะไม่สะดวกเข้าตรวจในวันที่คุณหมอเข้า ก็ลองดูอีกสาขานึง แต่ต้องระวังนะครับ เพราะถ้าเราเลือกจัดฟันที่สาขาไหนแล้ว จะต้องจัดที่สาขานั้นจนเสร็จ ไม่สามารถย้ายไปจัดฟันที่สาขาอื่นได้

ตอนต่อไปเราจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการจัดฟัน โดยเริ่มที่การไปปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการจัดฟันของเรา