Posts

หมอ จัดฟันดัดฟัน

พบคุณหมอ จัดฟันดัดฟัน

ในตอนนี้เราจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการจัดฟัน แล้ว จากตอนที่ผ่านมา ทำให้เราได้รู้แล้วว่าควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนการจัดฟัน รวมถึงการวางแผนชีวิตระหว่างการจัดฟัน เรามาเิริ่มกันเลย

ผมเลือก จัดฟันดัดฟัน ที่คลีนิกเพราะไม่อยากไปรอคิวที่โรงพยาบาล แถมมีร้านหลายสาขาใกล้บ้าน โดยเลือกคลีนิกที่ราคาไม่แพงมาก ถึงหลายคนจะเชียร์ให้ไปจัดอีกคลีนิกที่ดาราชอบไปจัดฟัน แต่เห็นราคาแล้วเลือกร้านอื่นดีกว่า สู้ราคาไม่ไหวครับ ดังนั้นขั้นต่อไปก็คือการเช็ควันที่คุณหมอเข้ามาตรวจ ใช้วิธีโทรไปถามที่ได้ข้อมูลก่อน เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาไปทีละสาขา

หมอ จัดฟันดัดฟัน

ก็ได้ข้อมูลมาว่าสาขาที่ใกล้บ้าน คุณหมอเข้างานเฉพาะวันพฤหัสแรกของเดือน ซึ่งผมติดทำงานจึงไม่สะดวกไปจัดฟัน ที่สาขานี้ แต่โชคดีที่อีกสาขาหนึ่งคุณหมอเข้างานวันเสาร์แรกของเดือน ซึ่งน่าจะสะดวกกว่า ขั้นต่อไปคือการเข้าไปพบคุณหมอ เพื่อวิเคราะห์สภาพฟันของเราก่อนการจัดฟัน แต่ละคนมีรูปฟันที่ไม่เหมือนกันดังนั้น จะใช้การจัดฟันไม่เหมือนกัน บางคนต้องถ่างฟันก่อน บางคนดึงได้เลย แต่อย่าเพิ่งกังวลไปเลยครับ รอคุยกับคุณหมอก่อนดีกว่า

ผมไปถึงคลีนิกก่อนเวลาเนื่องจากตื่นเต้น พอเข้าคลีนิกไป ก็นั่งรอเนื่องจากคนเยอะพอสมควร ระหว่างที่รอก็มีวีดีโอเกี่ยวกับทันตกรรมต่างๆ ให้ดู ทั้งการจัดฟัน, การใส่รากฟันเทียม ฯลฯ ให้เราสยองเล่นก่อนพบคุณหมอ หลังจากทำข้อมูลประวัติการ จัดฟัน แล้ว ก็เข้าพบคุณหมอ ไปอ้าปากให้คุณหมอเช็ค คุณหมอก็ไม่รอช้าจับอ้าปากเช็คฟันก่อน แล้วคำพูดที่ตามมาก็คือ “แปรงฟันไม่สะอาดนะคะ หินปูนเพียบเลย” ได้แต่อายๆ เถียงไม่ได้ก็เราแปรงฟันไม่สะอาดจริงๆนี่นา 5555 แต่โชคดีที่ฟันยังไม่แย่มาก มีฟันเกแค่ 1 ซี่ ส่วนซี่อื่นๆก็ไม่ได้ซ้อนกันมาก เมื่อสบฟันแล้วไม่มีปัญหา ตำแหน่งที่คุณหมอบอกให้ถอนฟันคือ 4 ซี่ หลังเขี้ยว (แต่ละคนไม่เหมือนกันนะครับ บางคนจะได้ถอนฟันกราม แล้วแต่สภาพช่องปาก) จากนั้นคุณหมอก็ให้พิมพ์ฟันของเรา เพื่อเอาไว้วิเคราะห์การจัดฟัน ต่อไป ขั้นต่อไปเราก็ต้องไป X-ray เพื่อดูว่าฟันคุด ว่าจะมีปัญหาต่อการจัดฟันของเราหรือไม่ เพราะถ้ามีผลก็ต้องผ่าออก ได้แต่ภาวนาให้ไม่เป็นไรเพราะไม่อยากผ่าฟันคุดเลย กลัวเจ็บอ่ะ หลังจาก X-ray ก็มาพบคุณหมออีกที ผลออกมาก็สบายใจ โชคดีที่ฟันคุดนอนอยู่ระนาบเดียวกับรากฟัน คุณหมอก็เลยให้เลือกว่าจะเอาออกมั้ย ถ้าไม่เอาออกก็เหมือนอมระเบิดเวลาไว้ แต่ในเมื่อมันไม่เป็นผลเสียก็ปล่อยมันเถอะ 555

คุณหมอก็จะนัดเราอีกทีเดือนหน้าเพื่อติดเครื่องมือ จัดฟัน ระหว่างนี้จะให้เวลาเราไปเคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อย ซึ่งสิ่งที่ต้องทำก็มี อุดฟัน 5 จุดและขูดหินปูน เพิ่งรู้ว่าฟันผุเยอะขนาดนี้ สงสัยกินขนมเยอะไป พอถึงตอนชำระเงิน ก็เตรียมจะรูดบัตรเครดิต แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ” จัดฟันใช้บัตรเครดิตไม่ได้นะคะ” ก็เลยต้องเอาเงินสดจ่ายไป ซึ่งยอมรับเลยว่ากระทันหันจริงๆไม่รู้มาก่อน ดีนะกดเงินสดติดตัวมาบ้าง เท่ากับว่าทุกเดือน คุณต้องเตรียมเงินสดไ้ว้จ่ายตลอดระยะเวลาการ จัดฟัน อย่างน้อยๆก็ 20 เดือน

ตัดข้ามมาตอนที่ผมมาคลีนิกอีกครั้งตามนัดเคลียร์ช่องปาก (เรานัดเอง เพราะคุณหมอทำฟันจะเข้ามาทำงานที่คลีนิกทุกวัน จะเลือกวันไหน เวลาไหนก็ได้ แตกต่างจากคุณหมอ จัดฟัน ที่มาเป็นบางวัน) ใช้เวลาทำนานพอสมควรเพราะทำทั้งหมอภายในวันเดียวเลย ไม่อยากเสียเวลามาบ่อยๆ แต่ถ้าใครก็กลัวการทำฟัน อาจจะแบ่งไปทำหลายๆวันก็ได้ครับ ภายในเวลา 1 เดือนที่คุณหมอให้เวลา ระหว่างนั้นก็แปรงฟันให้สะอาดทุกครั้ง ไม่งั้นเดี๋ยวโดนคุณหมอแซวอีก

จัดฟันดัดฟัน

การเลือกสถานที่จัดฟัน

หลังจากตอนที่แล้วเราได้ดูถึงความพร้อมของเราที่จะ จัดฟัน หลายคนคงเริ่มสำรวจตัวเองแล้วว่าพร้อมรึยัง ถ้าพร้อมแล้วมาติดตามกันต่อเลย ในตอนนี้เราจะเริ่มมาดูว่าร้านไหนที่เราจะทำการจัดฟัน ซึ่งสำคัญมาก เพราะเราต้อง จัดฟันดัดฟัน กับที่นี่เป็นระยะเวลาขั้นต่ำ 2 ปี ถ้าเลือกไม่ดีต้องลำบากถึง 2 ปีเลยนะค๊าบ

จัดฟันดัดฟัน

อย่างที่เคยได้บอกไปแล้วว่าสถานที่ จัดฟัน มีหลายแห่ง ดังนี้
1.โรงพยาบาล
– แต่ละโรงพยาบาลจะมีแพทย์เฉพาะทางด้านการจัดฟัน ทำให้เรามั่นใจได้ว่าถ้า จัดฟันดัดฟัน ที่นี่ออกมาดีแน่นอน แถมมีคุณหมอเข้าแทบจะทุกวันทำให้เราสามารถนัดวันได้เอง ต่างจากคลีนิกที่เราต้องไปตามนัดของคุณหมอ ซึ่งการจัดฟันที่โรงพยาบาลก็จะมีแบ่งเป็นอีก 2 แบบ คือการจัดฟันแบบราคาถูกและแบบราคาปกติ

  • จัดฟันกับโรงพยาบาลแบบราคาถูก ข้อดีของการจัดฟันแบบนี้คือ ราคาจะถูกกว่าการจัดฟัน ตามคลีนิกทั่วไป 30-60% ซึ่งทำให้เราประหยัดเงินไปได้เยอะพอสมควร แต่ข้อเสียคือ
    เนื่องจากราคาถูก จึงทำให้มีคนสนใจมาจัดฟันกันเยอะ ทำให้ต้องรอคิวนานมาก บางที่รอ
    กันถึง 3 ปีเลยทีเดียว จึงทำให้หลายๆคนทนรอไม่ไหวเลือกจัดฟันตามคลีนิกดีกว่า แถมอีกกรณีนึงที่คุณอาจจะต้องเจอถ้าจัดฟันแบบราคาถูก ก็คือมีจะมีนักศึกษาเข้ามาชมการจัดฟันของเรา เพื่อเป็นประสบการณ์จริง เคยได้ยินน้องคนนึงเล่าให้ฟังว่ามากันเต็มห้องเลย กดดันมากๆ
  • จัดฟันกับโรงพยาบาลแบบราคาปกติ ราคาจะไม่ต่างจากคลีนิกเท่าไหร่ แต่ข้อดีก็คือเราสามารถนัดคุณหมอได้เองซึ่งสะดวกมากกว่า วันไหนติดธุระหรือช่วงไหนไม่สะดวกก็ไม่นัดคุณหมอช่วงนั้น แต่ทางที่ดีควรไปเป็นประจำ การเว้นช่วงไปพบคุณหมอ ทำให้ระยะเวลาการจัดฟันอาจจะยืดออกไปอีก คุณคงไม่อยากมีเหล็กอยู่ในปาก 3-4 ปีใช่มั้ยครับ ผมว่าแค่ 2 ปี
    ก็ทรมานพอแล้วล่ะ

2.คลีนิก
– ข้อดีของคลีนิกคือมีหลายแห่งให้เราได้เลือก บางคลีนิกมีหลายสาขา แถมแต่ละคลีนิกก็จะมีราคาและรูปแบบการชำระเงินที่แตกต่างกันไป บางคลีนิกให้เราจ่ายเท่ากันทุกเดือนเป็นระยะเวลา 2 ปี
(ไม่รวมค่าเคลียร์ช่องปาก) แต่บางคลีนิก ก็ให้เราจ่ายเงินก้อนใหญ่ใน 3 เดือนแรก แล้วหลังจากนั้นก็จ่ายเท่ากันจนครบเวลา 2 ปี บางที่ราคาก็รวมค่ารีเทนเนอร์แล้ว บางที่ก็ยังไม่รวม ศึกษาดีๆนะครับ เพราะราคาโดยรวมอาจจะบานปลาย ราคาในเว็บไซต์จะเป็นแค่ราคาเริ่มต้นเท่านั้น

เช่นกรณีของผม ที่พักอยู่แถวอ่อนนุช ก็จะมีคลีนิกหลายแห่งที่อยู่แถวๆถนนสุขุมวิท และฝั่งถนนศรีนครินทร์ เนื่องจากเลือกการเดินทางที่สะดวกจึงเลือกฝั่งถนนสุขุมวิท ที่มีรถไฟฟ้าซึ่งผมใช้เดินทางไปทำงานเป็นประจำอยู่แล้ว ต่อมาเราก็ต้องมาเลือกคลีนิกจัดฟัน โดยหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต
นี่แหล่ะครับ ลองค้นหาคำว่า “จัดฟันดัดฟัน”, “แนะนำร้านจัดฟัน” เป็นต้น ก็จะเจอข้อมูลมากมาย
ทั้งเว็บไซต์ของทางคลีนิกเอง และข้อมูลที่มีคนมาแนะนำ มาแชร์ประสบการณ์จัดฟัน ซึ่งช่วยในการตัดสินใจของเราได้เยอะพอสมควร นอกจากนั้นตอนกลับจากทำงานก็ได้แวะลองเดินดูคลีนิกจัดฟันระหว่างทาง ไม่ไหวครับ…สภาพร้านเก่าๆดูไ่ม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ จัดฟันอยู่จะมีแมลงสาบวิ่งผ่านมั้ยน้อ จากการค้นหาในอินเตอร์เน็ต+คลีนิกแนะนำจากเพื่อนๆ ก็ได้รายชื่อคลีนิกที่น่าสนใจมา 5 แห่ง
ทีนี้ก็ต้องมาดูเรื่องราคาและการจ่ายเงิน ราคาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 40,000+ บาท แต่ก็มีบาง
คลีนิกที่ราคาโดดไปถึง 7 หมื่น หรือถูกแบบเว่อร์ก็มี 3 หมื่นต้นๆ แต่ไกลสุด เลยจำเป็นต้องตัดออก ส่วนตัวผมเลือกคลีนิกที่ราคาปานกลางและสภาพร้าน+เว็บไซต์น่าเชื่อถือ เป็นคลีนิกแห่งหนึ่ง(ขอไม่เปิดเผยชื่อนะครับ) ซึ่งมีสาขาที่เดินทางไปด้วยรถไฟฟ้า BTS ได้ เพราะเท่าที่ศึกษามา แต่ละสาขาก็จะมีคุณหมอที่เข้ามาตรวจไม่ตรงกัน สาขานึงเราอาจจะไม่สะดวกเข้าตรวจในวันที่คุณหมอเข้า ก็ลองดูอีกสาขานึง แต่ต้องระวังนะครับ เพราะถ้าเราเลือกจัดฟันที่สาขาไหนแล้ว จะต้องจัดที่สาขานั้นจนเสร็จ ไม่สามารถย้ายไปจัดฟันที่สาขาอื่นได้

ตอนต่อไปเราจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการจัดฟัน โดยเริ่มที่การไปปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการจัดฟันของเรา

จัดฟันดัดฟัน

ศึกษาข้อมูลก่อนจัดฟันดัดฟัน

ต้นเหตุมันมาจากการทนไม่ไหว หลังจากโดนเพื่อนๆและคนรู้จักแซวว่า “เอ้ย…เอ็งอ่ะดูดีหมดละ เสียอย่างเดียวฟันเหยิน” , “อย่าเข้าใกล้มัน…เดี๋ยวฟันเฉาะหน้า” , “ยืมฟันหน้ามาเปิดขวดหน่อยเด๊ะ” (-_-“)  นั่นจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมตัดสินใจ จัดฟัน ซึ่งนอกจากทำให้ฟันเราเข้ารูปแล้วผลพลอยได้ของมันก็คือ

  • ใบหน้าที่เรียวขึ้น ( แน่ล่ะถอนฟันออกไปตั้งหลายซี่นี่นา )
  • สุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น ( เพราะต้องแปรงฟันบ่อย+แคะเศษอาหารตามเหล็กและร่องฟัน )
  • น้ำหนักที่ลดลง ( อันนี้ขึ้นอยู่กับการกินของแต่ละคน บางคนทานข้าวไม่ค่อยได้ ทานขนมมันซะเลย แบบนี้อ้วนขึ้นแน่ๆ 555 )
  • เป็นแฟชั่นอย่างนึง ( เพราะต้องเปลี่ยนยางทุกเดือน เลือกสีสวยๆได้ อย่าเลือกสีเขียวครับ มันเหมือนผักติดฟันตลอดเวลา -*- )

ตอนแรกก็ยังลังเลเพราะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ (29ปีละค๊าบ) คนอื่นเค้า จัดฟันดัดฟัน กันตั้งแต่ ม.ต้น-ม.ปลาย ผมมาจัดฟันตอนนี้จะดีเหรอ โชคดีที่เรามีเพื่อนคนนึง เค้าเองก็เพิ่งจัดฟัน แถมอายุมากกว่าซะอีก เอาน่ะอายุไม่ใช่ปัญหา

ทีนี้ก็ต้องมาศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน เพราะ จัดฟันดัดฟัน ต้องใช้เวลา+จำนวนเงิน ที่มากพอสมควร ต้องวางแผนการใช้ชีวิตและการเงินให้ดี แต่สำหรับหลายๆคนที่ฐานะทางบ้านดีหน่อย ก็คงไม่ต้องกังวลมากในการจัดฟัน ผมเองก็ดูข้อมูลการจัดฟันดัดฟันจากในอินเตอร์เน็ต บวกกับคำแนะนำจากหลายๆคนที่จัดฟันไปแล้ว บางคนก็แนะนำคลีนิกให้ บางคนก็มาเล่าให้เรากลัว แต่สำคัญที่สุดคือตัวเรา ว่าพร้อมแค่ไหนสำหรับการจัดฟัน

จัดฟันดัดฟัน

การจัดฟันหลักๆแล้วเราควรดูข้อมูลอยู่ 3 อย่างเป็นหลักๆ
1.เลือกจัดฟันที่ร้านไหน?
– ปัจจุบันเราสามารถเลือก จัดฟัน ได้หลายแห่งทั้งโรงพยาบาล ทั้งคลีนิกจัดฟัน (ไม่นับพวก จัดฟันดัดฟัน แฟชั่นนะครับ อันตราย) ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกัน ควรจะเลือกร้านที่ใกล้บ้านหรือเดินทางสะดวก เพราะการจัดฟันจะต้องไปหาคุณหมอทุกเดือน แถมถ้าเกินพลาดไปทานอะไรแข็งๆ แล้วเครื่องมือหลุด ก็จะต้องไปให้คุณหมอติดให้ใหม่ รวมถึงความสะอาดและสภาพของสถานที่ก็ต้องดูให้ดี อย่าเชื่อแค่ภาพในเน็ต(มันรีทัชได้ ผมยืนยัน) ไปดูด้วยตัวเองดีกว่าครับ

2.คุณหมอเฉพาะทางหรือไม่? เข้ามาทำงานวันไหนบ้าง?
– จากข้อมูลหลายๆเว็บไซต์ แนะนำให้ดูชื่อคุณหมอ แล้วมาเทียบว่าเป็นแพทย์จัดฟันโดยเฉพาะหรือเปล่า ซึ่งมีเว็บที่รวมรายชื่อทันตแพทย์จัดฟัน ไว้ให้เราดูได้เลย ( http://www.thaiortho.org/?page_id=140 ) จริงๆแล้วผมเองก็ไม่ได้เช็คถึงขนาดนั้น ดูที่ร้านไหนน่าเชื่อถือมากกว่า แต่สิ่งที่สำคัญคือเราต้องดูว่าคุณหมอเข้ามาทำงานวันไหน เพราะส่วนมากแล้วจะเข้าไม่กี่ครั้งต่อเดือน ดังนั้นต้องดูด้วยว่าเราสะดวกไปตามนัดคุณหมอหรือเปล่า

3.ความพร้อมของตัวเรา
– เพราะการจัดฟันจะต้องแลกด้วยความลำบากอีกหลายอย่างที่จะตามมา ไม่ว่าจะเรื่องการกิน ที่กินอะไรได้ลำบากขึ้น แถมหลังอาหารก็ต้องแปรงฟันหรือเอาเศษอาหารออกจากเหล็กอีก หรือว่าจะเป็นเรื่องแผลภายในช่องปาก ที่เกิดจากผนังภายในปากไปขูดกับเหล็ก และสุดท้ายคือเรื่องเงิน เพราะจากข้อมูลค่าใช้จ่ายที่ระบุในเว็บไซต์ของแต่ละร้านแล้ว ยังจะมีค่าเคลียร์ช่องปากอีก ซึ่งแต่ละคนก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากของตัวเอง แต่ที่แน่ๆบวกเพิ่มไปได้เลยไม่ตำกว่า 5,000+ บาท แน่นอน ยิ่งถ้ามีฟันคุดแล้วด้วยอาจจะต้องผ่าออกซึ่งแพงทีเดียว แถมค่าใช้จ่ายในการจัดฟันไม่สามารถรูดบัตรเครดิตได้นะครับ ผมเองก็เพิ่งรู้ตอนไปจ่ายเงิน แต่ดีที่เตรียมเงินสดไว้บ้าง ดังนั้นขั้นต่ำควรมีเงินในการเคลียร์ช่องปากเตรียมไว้เลย 10,000 บาท (อุดฟัน+ขูดหินปูน+ถอนฟัน) และยังต้องเตรียมเงินสำหรับจ่ายคุณหมอทุกเดือน(ขึ้นอยู่กับแต่ละที่ บางที่จ่ายเท่ากันตลอด 2 ปี บางที่จ่ายหนักช่วง 3 เดือนแรก ) สุดท้ายคือค่ารีเทนเนอร์ ซึ่งมักจะไม่รวมอยู่ในค่าจัดฟันอีกประมาณ 4,000 บาท

คราวหน้าเราจะมาเริ่มต้นที่การเลือกสถานที่ จัดฟันดัดฟัน กันนะครับ

ปล.ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะค๊าบ

Tag : จัดฟัน