Posts

จัดฟันแล้วปวดมาก เคี้ยวไม่ได้เลย เวลากินข้าวกินยังไงคะ

จัดฟันแล้วปวดมาก เคี้ยวไม่ได้เลย เวลากินข้าวกินยังไงคะ

จัดฟันแล้วปวดมาก เคี้ยวไม่ได้เลย เวลากินข้าวกินยังไงคะ

 

Q : จัดฟันแล้วเวลากินข้าวกินยังงัยอะคะ ของเรากินข้าวกับน้ำแกงยังเคี้ยวไม่ได้เลยคะ แล้วก็กลืนทั้งๆที่ยังเป็นเม็ด พอแปรงฟันแล้วก็ปวดเลย

A : วันแรกๆที่ดึง พยายามไม่เคี้ยวเลยครับ ผมทานเป็นโจ๊กคัพ แล้วใช้หลอดดูดแทน เป่าก่อนนะครับเดี๋ยวลวกคอเหมือนผม 555

ส่วนตอนแปรงฟัน ผมไม่ใช้แปรงสำหรับจัดฟันเพราะขนแปรงแข็งไปหน่อย ซื้อแบบที่ขนแปรงนุ่มที่สุดแทน แล้วบ้วนปากช่วยครับ

faq-04

จัดฟันเสร็จก่อนกำหนด ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม

faq-04

Q : หนูจัดฟันแล้วฟันเข้าที่ก่อนกำหนด คำนาณได้ 24,000 บาท ประมาน 2 ปี และเดือนที่แล้วคุณหมอบอกว่าเดือนนี้หนูได้ใส่รีเทนเนอร์แล้ว แต่คุณหมอบอกเพิ่มมาว่าหนูต้องจ่ายอีก 10,000 นึง ซึ่งหนูงงมากว่าทำไมต้องจ่ายเพิ่มทั้งที่หนูจ่ายครบทุกเดือนแล้วฟันหนูก็เข้าที่แล้ว

A : น่าจะเป็นราคาที่ตกลงกันแต่แรกครับ เช่น ค่าใช้จ่ายในการจัดฟันทั้งหมด 34,000 บาท ถึงเราจะจัดเสร็จเร็วก็ยังต้องจ่ายให้ครบครับ (กรณีของผมคือจัดฟันเสร็จช้าเกินกว่าที่กำหนด เค้าก็ไม่ได้เก็บเพิ่ม เพราะจ่ายครบตามที่ตกลงกันแต่แรกแล้วครับ)

faq-01

อยากสอบถามว่า เวลาหมอนัดปรับลวด หมอทำอะไรบ้างคะ??

faq-01

 

Q : อยากสอบถามว่า เวลาหมอนัดปรับลวด หมอทำอะไรบ้างคะ??

A : แต่ละคน แต่ละครั้งจะทำไม่เหมือนกันนะครับ ขึ้นอยู่กับเทคนิคการจัดฟันของคุณหมอ โดยทั่วไปสิ่งที่คุณหมอจะทำในแต่ละเดือน จะประมาณนี้ครับ

  1. เพิ่มแรงดึงของลวด เพื่อดึงฟันเข้ามา (มีเปลี่ยนขนาดลวดด้วย เมื่อถึงเวลานึง)
  2. ปรับระดับสูงต่ำของฟัน เพื่อไม่ให้สบฟันแล้วขวางกัน
  3. เปลี่ยนยางดึงฟัน เพื่อให้ยังมีแรงดึง (ยางเดิมพอนานๆแรงดึงก็จะน้อยลง แถมได้เลือกสียางดึงฟันเองด้วยนะครับ ^^)
  4. เพิ่มยางจิงโจ้ (ยางดึงฟันเส้นใหญ่ๆ ที่เราต้องคล้องเอง เพื่อปรับแต่งฟันบางซี่)

ยังไม่รวมการปรับแต่งอื่นๆนะครับ เช่น ตัดเหงือก

ยางดัดฟัน

สียางดัดฟัน…สีไหนดีนะ

เป็นคำถามที่คน จัดฟันดัดฟัน ต้องเจอกับตัวแน่นอน เพราะต้องเลือกทุกเดือน บางคนก็ชอบเพราะได้เปลี่ยนเป็นสีสวยๆ แต่บางคนที่เลือกสีผิดต้องทนเป็นเดือนกว่าจะถึงกำหนดนัด จัดฟัน ถึงจะได้เปลี่ยน สียางดัดฟัน จึงไม่แปลกใจที่มีหลายคนๆเข้ามาสืบหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ก่อนจะถึงเวลานัดคุณหมอ อย่างเช่นบทความเรื่อง หลากสีสันยางจัดฟัน ในเว็บนี้ก็มีคนเข้ามาอ่านไม่น้อยเลย

นอกจากข้อมูลที่หลายๆเว็บมีแล้ว ผมก็อยากให้ลองพิจารณาเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ผมได้เจอกับตัวเอง เผื่อจะช่วยให้หลายๆท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น (ความเห็นส่วนตัวล้วนๆครับ)

ยางดัดฟัน

1.เลือกสีในใจไว้เลย
ทุกครั้งที่เราไปตามนัดของคุณหมอ จะต้องเลือกสีก่อนทุกครั้ง โดยจะมีแผ่นกระดาษที่มี ยางดัดฟัน ติดแยกเป็นโทนสีต่างๆ ให้เลือก มีเวลาให้ตัดสินใจไม่นาน เพราะถ้าเลือกนานคุณหมอก็ต้องรอ เราจะโดนสายตารุมกดดันได้ จึงทำให้เลือกมั่วๆไป สุดท้ายต้องทนใช้ยางสีนั้นไป 1 เดือนเต็มๆ (ผมพลาดมาแล้ว T-T) ในปัจจุบันการจัดฟันเป็นที่นิยม ทำให้เรามีตัวอย่างสีให้ดูมากมาย ช่วยทำให้เราเลือกได้ง่ายขึ้น

2.ยางสีอ่อน ไม่ได้สวยเสมอไป
เพื่อนผมแนะนำให้ลองเลือกสีชมพู แต่ด้วยความกดดันผมจึงเลือกสีชมพูอ่อนไป เพราะเข้าใจว่า ยางจัดฟัน สีเข้มเวลาอยู่ในช่องปากจะดูทึบๆ ไม่สดใส แต่จริงๆแล้ว การเลือกยางสีอ่อน พอไปอยู่ในช่องปากแล้วสีจะยิ่งอ่อนลงเพราะยางถูกยืดออก และเมื่อเวลาผ่านไปสีก็ค่อยๆซีดลง สุดท้ายผลที่ได้ก็คือ ยางสีชมพูอ่อน ก็กลายเป็นสีขาว คราวนี้แหล่ะดูจืดไปเลยเดือนนั้น

3.เลือก ยางจัดฟัน สีเข้มไว้ก่อน
ยางสีเข้ม จะสดและสีเด่นมาก และเมื่อเวลาผ่านไปสีจะซีดลงแค่เล็กน้อย ทำให้เรายังมียางสีสวยๆไปทั้งเดือน แต่สีเข้มบางสีก็ไม่เหมาะ เช่น
– สีเทา ด้วยสี เหล็กจัดฟัน เป็นสีเงินเมื่อรวมกับสีเทา ยิ่งทำให้ช่องปากเราดูแน่นไปหมด ยิ่งสีเข้ม ยิ่งเหมือนฟันผุเลย
– สีเขียวเข้ม อันนี้ยังไงก็ช่วยไม่ได้ ใครเห็นก็บอกว่าผักติดฟัน ถ้าจะเลือกควรเป็นโทนสีเขียวอมฟ้าดีกว่า (สีสวยจริง ผมยืนยัน)
– สีม่วง สีนี้ก็สวยครับ มีหลายคนใช้ด้วย แต่ผมไม่กล้า…(-_-“)
– สีชมพู สีนี้หลายๆคนเข้าใจว่า มีแต่ผู้หญิงใช้ ไม่จริงเลยครับ ผู้ชายก็ใช้ได้ เพิ่มความหวานให้คุณได้อีก 20% 555
– สีส้ม สีนี้ต้องระวัง เพราะถ้าเลือกสีอ่อนจะหลายเป็นสีส้มๆ เหลืองๆทันที มองแล้วเหมือนเป็นคนฟันเหลืองเลย
– สีน้ำเงิน มีคลาสสิคของผู้ชาย ดูเรียบร้อย สุภาพ แต่ถ้าอยากเฉี่ยวแนะนำสีเขียวอมฟ้าครับ

4.เลือกยางแบบสลับสี
อันนี้ไม่เคยลอง เพราะหลายๆคนเตือนไว้ว่า ถ้าเลือกสีไม่เข้ากันมันจะดูแปลกๆ แล้วสีอาจจะเน่าได้ ไม่เสี่ยงดีกว่า…แหะๆ

5.ทำใจ…
ถ้าเราพลาดเลือกสีที่ไม่ถูกใจ ก็ยอมรับเถอะครับ อย่าไปคิดมาก อย่าถึงขนาดไปโวยวายขอเปลี่ยนสีเลยครับ คิดซะว่าเป็นแฟชั่น เพราะสิ่งเราต้องการจริงๆคือผลของการ จัดฟันดัดฟัน สียางจัดฟัน ก็แค่ส่วนประกอบ เดือนนี้พลาด เดือนหน้าก็เลือกใหม่ จะเลือกให้เท่กว่านี้ซะเลย 555

ท่านไหนที่มีประสบการณ์เลือก สียางดัดฟันสวยๆ จะมาช่วยแบ่งปันให้เพื่อนๆฟังกันก็ได้นะครับ

จัดฟันดัดฟัน

ถอนฟันครั้งที่2 : ถอนง่าย สบายใจ

หลังจากที่ครั้งก่อนได้ ถอนฟัน ด้านซ้ายออกไป มาคราวนี้ถึงเวลาต้องถอนฟันด้านขวาบ้างแล้ว

ในระหว่าง 1 เดือนที่รอ ทำให้พบว่า การถอนฟันออกไป เพื่อ ดัดฟัน ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ จากแต่ก่อนที่เวลาทานอาหารแล้ว จะมีเศษอาหารขึ้นไปติดอยู่ที่ด้านบนและด้านล่างของ ลวดจัดฟัน เวลาทำความสะอาดก็เอาออกได้ยาก เพราะต้องแคะออกทางด้านบน หรือด้านล่างเท่านั้น แต่พอเราถอนฟันออกไป 2 ซี่ ทำให้เกิดช่องว่าง เวลาจะเอาเศษอาหารออก ก็แค่เขี่ยมันมาตรงงช่องว่างก็จะเอาออกได้อย่างง่ายดาย ทำให้บางครั้งที่เราไปทานอาหารนอกบ้าน แล้วไม่สามารถแปรงฟันหรือบ้วนปาก ก็ใช้วิธีนี้เอาเศษอาหารออกได้ง่าย

และแล้วก็ถึงวันที่คุณหมอนัด มาถึงก็ขึ้นเขียง…เอ๊ย ขึ้นเตียงหมอฟัน เพื่อถอนฟันด้านขวา 2 ซี่ คราวนี้ทุกอย่างผ่านไปอย่างง่ายดาย ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 15 นาที ไม่ลำบากเหมือนคราวที่แล้ว และครั้งนี้เตรียมตัวอย่างดี มีผ้าปิดปากมาด้วยและไม่นัดคุยงานอะไรทั้งนั้น ตรงกลับบ้านเลย เพื่อให้เลือดหยุดไหลได้เร็วขึ้น ไม่ถึง 1 ชั่วโมงเลือดก็หยุดไหล (อย่ากัดผ้าก็อตแน่นจนเกินไป มันจะเมื่อยและไม่ได้ช่วยให้เลือดหยุดไหลเร็วหรอก ผมลองมาแล้ว กัดธรรมดา หลวมๆก็พอ)

ติดลวด จัดฟันดัดฟัน

แต่ปัญหาที่เจอก็ยังเหมือนเดิม แล้วผมคิดว่ามันคงต้องเจอตลอดไปจนกว่าจะ จัดฟันดัดฟัน เสร็จแน่ๆ คือ
1.กัดกระพุ้งแก้มตัวเอง แก้ยากเพราะตอนเวลาทานข้าว เราะเคี้ยวเพลินจนลืมตัว เผลอกัดจนได้ วิธีแก้ก็คือเคี้ยวข้าวให้ช้าลง ถึงจะยังกัดอยู่บ้างแต่ก็เบาๆ ไม่เจ็บมาก 555

2.ลวดขูดผนังด้านในปาก เป็นปัญหามากสำหรับผม เพราะเป็นอาจารย์สอนพิเศษ ทำให้ต้องมีการพูดเป็นระยะเวลานานๆ ใน 1 ครั้งที่สอนจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็จะมีอาการแค่แสบๆ มีแผลถลอกนิดหน่อย แต่ในบางครั้งที่ต้องสอน 2 ครั้งในวันเดียวกัน ผมต้องสอนถึง 7 ชั่วโมง หนักเลยคราวนี้ แสบแผลจนต้องหยุดสอนเป็นระยะ มีเลือดออกมานิดหน่อย แต่หลังจากนั้นจะทานอาหารร้อนๆ หรือเผ็ดไม่ได้เลย อย่าว่าแต่ขยับปากพูดเลย อยู่เฉยๆก็ยังเจ็บ (ผมใช้ขี้ผึ้งแล้วก็ช่วยได้แค่นิดหน่อย)

3.ปากเหม็น อันนี้ผมไม่รู้ตัว จนโดยเพื่อนทักว่ามีกลิ่นปาก เข้าใจว่าแค่แปรงฟัน แคะฟันก็น่าจะสะอาดแล้ว แต่จริงๆเศษอาหารจะติดแน่นและแปรงออกได้ลำบาก เพราะมี ลวดจัดฟัน ขวางอยู่ ผมแนะนำให้ใช้ ไหมขัดฟัน (ปกติคุณหมอจะแจกให้ แต่ถ้าไม่มีต้องซื้อเองละครับ) ควบคู่ไปด้วย และควรจะทำที่บ้านหรือที่ลับตาคน เพราะท่าทางจะน่าเกลียดมาก กว่าจะสอดไหมขัดฟันเข้าไประหว่างฟันกับลวดได้ น้ำลายเลอะไปหมด แต่ก็ช่วยให้ลดกลิ่นปากลงได้เยอะ สะอาดมั่นใจ

ทำให้เวลาใครที่มาพูดกับผมว่าอยาก จัดฟันดัดฟัน บ้าง ผมมักจะบอกให้เค้าคิดให้ดีก่อนที่จะทำ เพราะบางคนจะมองแต่ข้อดี จนลืมคิดถึงความทรมานที่จะตามมา ทนได้มั้ยถ้ากินอะไรไม่ได้เพราะมีแผลในปากเต็มไปหมด จากการที่กัดกระพุ้งแก้มตัวเอง เคี้ยวซ้ายกัดซ้าย เคี้ยวขวากัดขวา ต้องแสบร้อนจากแผลร้อนในเป็นอาทิตย์ ต้องดูแลช่องปากเป็นพิเศษ ไม่งั้นฟันผุและมีกลิ่นปาก ถ้ารับกับปัญหาพวกนี้ได้ ก็ลุยเลยครับ เข้าไปปรึกษาคุณหมอได้เลย

ถอนฟัน

ถอนฟันครั้งที่1 : กรรมของ(ฟัน)เก

หลังจากที่ได้ติดเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อดึงฟันนิดหน่อยและ เพื่อให้ปรับสภาพช่องปากของเราให้คุ้นเคยกับเครื่องมือ ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องไปพบคุณหมออีกครั้ง

ตอนไปถึงก็ลุ้นๆอยู่ว่าวันนี้คุณหมอจะทำอะไร ระหว่างติดเครื่องมือ จัดฟัน ที่ฟันล่างหรือถอนฟัน 4 ซี่ ถ้าเป็นการติดเครื่องมือที่ฟันล่าง ก็คงไม่เท่าไหร่เพราะคงไม่ต่างจากเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน ที่ฟันบน แต่ถ้าเป็นการถอนฟันจะทำยังไงดี เพราะต้องไปธุระต่อหลังจากมาพบคุณหมอ

ถอนฟัน

พอเข้าไปเจอคุณหมอก็เช็คเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน ที่ฟันบนก่อนว่ามีปัญหาหรือไม่ หลังจากนั้นก็บอกผมว่า วันนี้จะปรับเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน และส่งถอนฟันแล้วนะ อ่อ…โอเค ไปทำธุระต่อได้อยู่ ซึ่งในวันนี้ก็เป็นการตัดลวด โดยเว้นช่องตรงฟันที่เราจะต้องถอน เพื่อให้คุณหมอ ถอนฟันได้สะดวก เดือนนี้ก็ได้เลือกสียางอีกครั้ง คราวนี้ขอสีส้มเลย เด่นมากๆ ก่อนกลับก็ทำการนัดวันเข้ามาถอนฟัน จากที่ฟังๆมา เพื่อนแต่ละคนก็แนะนำว่าควรจะถอนทีละ 2 ซี่ (ซีกซ้ายหรือซีกขวา) เพราะจะไม่ทรมานมากและยังพอกินอาหารได้ ก็เลยนัดวันมาถอนฟันโดยเว้นช่วงห่างกัน 1 อาทิตย์เพื่อให้ซีกที่ถอนไปก่อน หายดีพอจะเคี้ยวอาหารได้

ตื่นเต้นพอสมควร จำไม่ได้แล้วว่าตอนเด็กๆถอนฟันเจ็บมากมั้ย พอมาถึงก็เจอคุณหมอฟันเตรียมเครื่องมือรอแล้ว(เตรียมพร้อมเกินไปมั้ยค๊าบ) แต่ดันหาฟิล์มที่ X-ray ฟันของผมไม่เจอ (แอบได้ยินเจ้าหน้าที่่คุยกัน) โชคดีที่ฟันที่จะถอนอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน คุณหมอฟันก็เลยบอก ไม่เป็นไรถอนตามตำแหน่งนี่แหล่ะ ผมเองก็งง เว้นไว้ให้แล้วนี่นา จะไปถอนซี่อื่นได้ไง -*- คุณหมอก็ถามว่าจะถอนข้างไหนก่อน ผมเลือกข้างซ้ายก่อน เพราะว่ามี ฟันเก อยู่ 1 ซี่ ผมว่ามันน่าจะถอนยาก เริ่มต้นด้วยการฉีดยาชา โดยคุณหมอจะเอายาชาแบบป้าย มาทาๆไว้ที่เหงือกของเราก่อน ตอนเอาเข็มฉีดยาชาจะได้ไม่เจ็บมาก แต่…..เจ็บครับ โดนไป 2 เข็มที่เหงือกบน จากนั้นก็อีก 2 ที่เหงือกล่าง คุณหมอบอกว่าจะถอนฟันบนก่อน กว่าจะถอนเสร็จเหงือกล่างก็จะชาแล้ว

ได้ผลครับ ชามากเลย เหมือนแก้มเราตุ่ยๆ ดึงๆ ความรู้สึกตอนที่คุณหมอถอนฟันก็คล้ายๆฟันโยกนิดหน่อย ตอนฟันบนหลุดยังไม่รู้ตัวเลย คุณหมอบอกว่าเสร็จแล้วนะต่อไปก็ฟันล่าง แล้วก็มาเช็คว่าเหงือกล่างชารึยัง ซึ่งตอนนี้ตุ่ยๆมากแล้ว ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่ามันชามากกว่าเหงือกบน หรือเพราะว่าทิ้งไว้นาน

แล้วงานก็เข้าจริงๆด้วย คุณหมอบ่นทันที “ใช้คีมดึงไม่ได้เลย เอาเบอร์เล็กกว่านี้มาให้หน่อยค่ะ” คีมเล็กที่สุดในคลีนิกก็ยังดึงไม่ได้เลย เพราะฟันซี่ล่างมันเกมากครับ ฟัน 2 ซี่ข้างๆมันบีบเข้ามาจนคีมแทรกลงไปไม่ได้ ถ้าหมอให้คีบบีบลงไปเลย จะทำให้ฟัน 2 ซี่ข้างๆแตกได้ คุณหมอก็ลองแล้วหลายๆมุมก็ยังคีบไม่ได้ ซวยแล้ว…แล้วหมอจะทำยังไงเนี่ย “อืม…คีบไม่ได้แฮะ เอางี้ละกันผ่าแยกฟันก่อน” ยังไม่ทันขาดคำคุณหมอก็เพิ่มยาชาอีกเข็มเพราะเจ็บแน่ๆ จากนั้นคุณหมอก็ค่อยๆเจียแบ่งฟัน ผลัดกับดึงฟันส่วนที่พอจะดึงออกได้ ทำได้ไปสักพักอาการเจ็บก็กลับมา ผมว่ายาชามันยังไม่หมดฤทธิ์แต่เพราะคงไปโดนเส้นประสาท ก็เลยเจ็บขึ้นมา ยกมือบอกหมอว่าเจ็บ(หมอบอกว่าถ้าเจ็บให้ยกมือ อย่าส่ายหน้าเดี๋ยวโดนเครื่องมือ) หมอก็เลยเติมยาชาอีก 2 เข็ม คราวนี้ชาไปครึ่งหน้าแล้ว คุณหมอก็ทำต่อ และแล้วก็มาถึงส่วนสุดท้าย แต่อาการเจ็บก็กลับมาอีกเช่นกัน คุณหมอบอกว่าฉีดธรรมดาไม่ได้แล้ว เอางี้ละกันฉีดลงกลางฟันเลย -*- ความรู้สึกสุดจะบรรยาย เข็มยาชาค่อยๆแทงลงกลางฟัน น้ำตาจาไหล แต่ก็ได้ผลครับ คราวนี้ชาสนิทเลย คุณหมอก็ถอนฟันต่อจนเสร็จ เฮ้อ…เสร็จซะที รวมเวลาแล้วประมาณ 1 ชม. ครึ่ง

คุณหมอก็ให้กัดผ้าก็อตไว้ 2 ชม. เพื่อห้ามเลือด กัดแน่นๆและห้ามบ้วนน้ำลาย กลืนเข้าไปเลยทั้งเลือดทั้งน้ำลาย แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผ้าก็อตมัน อยู่ที่ยาชาต่างหาก เพราะยาชายังไม่หมดฤทธิ์บริเวณปากเราจะรู้สึกบวมๆ ตึงๆ ควบคุมไม่ค่อยได้ ลองส่งกระจกดูถึงกับตกใจเพราะปากเบี้ยว พยายามฝืนให้มันตรงก็ลำบาก แย่แล้วจะออกไปยังไงเนี่ยเดินปากเบี้ยวอายคนอื่นแย่ นั่งคิดอยู่ที่คลีนิกพักนึงก็ได้ทางออก คุณหมอสั่งให้ไปซื้อยา เลยถือโอกาสนี้ซื้อผ้าปิดปากด้วย เอาวะ…แกล้งป่วยดีกว่าให้เค้าเห็นปากเบี้ยว

สรุปเลือดหยุดไหลตอนเวลา 20.05 น. ถึงจะกินข้าวได้ โดยอาการมื้อแรกหลังจากถอนฟันคือโจ้กนั้นเอง แล้วยังต้องเอียงหัวกินด้วย กลัวโจ้กไปโดนฟันที่ถอนแล้วเลือดไหลอีก ในตอนต่อไปของขั้นตอนการ จัดฟันดัดฟัน เราจะมาดูผลของการถอนฟันครั้งแรกและการไปถอนฟันครั้งที่สองของผมกันครับ

จัดฟันดัดฟัน

แค่ติดเหล็ก(จัดฟัน)…ชีวิตก็เปลี่ยน

หลังจากคราวก่อนที่เราได้ไปหาคุณหมอเพื่อติดเครื่องมือ จัดฟัน ที่ฟันบน ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปหลายอย่าง ได้รับรู้ถึงความลำบากในการจัดฟัน ซึ่งหลายคนอาจจะมองเพียงแค่ผลของมันจนลืมไปว่า กว่าจะจัดฟันเสร็จ คุณต้องเจออะไรอีกเยอะ

จัดฟันดัดฟัน

1.เลือกสียางผิดคิดหนักไปอีกเดือน – โชคดีของผมที่เลือก ยางรัดฟัน สีน้ำเงิน ซึ่งตอนที่เลือกไม่ได้อ่านไปก่อนเลย ว่าควรเลือกสีของยางยังไง พอกลับมาอ่านถึงได้รู้ว่าเกือบไปแล้ว จริงๆมันก็ไม่ได้มีผลกับการจัดฟันของเราหรอกครับ เพียงแต่ว่าเพราะยางรัดฟันมันอยู่ในช่องปากของเรา ซึ่งถ้าสีของยางดูแปลกๆอาจจะทำให้คนที่พบเห็นเข้าใจผิดได้ เช่น ยางสีเขียวก็เหมือนกับเศษผักติดฟัน เป็นต้น ถ้าสนใจอ่านเพิ่มเติมหรือลองเลือกสีของยางเล่นๆ ก็เข้าไปอ่านได้ที่ หลากสีสันยางจัดฟัน

2.ผิวพรรณจะดีขึ้น – เป็นผลพลอยได้ของการที่เรา จัดฟันดัดฟัน แล้ว เกิดแผลร้อนในในช่องปาก รวมไปถึงอาการปากแห้ง เพราะมีเหล็กจัดฟันเข้าไปอยู่ในช่องปากของเรา จึงต้องแก้ไขด้วยการทาลิปมันและดื่มน้ำเยอะๆ ก็จะช่วยได้ส่วนนึง

3.น้ำหนักลดลง – เหตุก็เพราะมาจากว่ากินอาหารได้ลำบากมากขึ้น และเลือกกินอาหารได้เฉพาะบางอย่าง พอฟันของเรา เริ่มมีการเคลื่อนที่ จะทำให้เราเคี้ยวอาหารไม่สะดวกและมีอาการปวดบริเวณฟันที่ถูกดึง จึงเคี้ยวอาหารแรงไม่ได้ กว่าจะเคี้ยวให้ละเอียดได้แต่ละคำก็ทำเอาเมื่อยกรามไปหมด แต่จะไม่ได้ผลกับคนที่เห็นว่ากินข้าวลำบาก กินขนมดีกว่า อันนี้อาจจะอ้วนกว่าเดิม ช่วงเดือนแรกที่ติดเครื่องมือจัดฟัน น้ำหนักของผมลดลงไป 1.5 กิโลแล้วขนาดยังไม่ถอนฟันนะเนี่ย

4.พูดน้อยลง – ปกติเป็นคนพูดมาก ช่วงนี้คนรอบข้างอาจจะมีความสงบมากขึ้น เพราะเวลาเราพูดปากจะไปเกี่ยวกับเครื่องมือ บ่อยครั้งที่ต้องเอามือดึงหนังปากลงมา -*- รวมไปถึงอาการน้ำลายกระเด็น อันนี้ควบคุมไม่ได้จริงๆ คนผมยังแค่น้ำลายกระเด็น เพื่อนๆคนอื่นน้ำลายไหลเลยทีเดียว

5.เป็นโรคขี้ระแวง – ไม่ใช่ระแวงคนอื่นนะครับ ระแวงฟันตัวเองนี่แหล่ะครับ เวลาต้องออกไปกินอาหารข้างนอกบ้าน ปกติเวลาเราอยู่ที่บ้านหลังกินข้าวก็จะแปรงฟันหรือบ้วนปาก แต่เวลาที่ต้องออกไปกินข้าวนอกบ้าน จะหาที่แปรงฟันก็คงลำบาก หรือจะอมเศษอาหารกลับบ้านก็คงไม่ดี การกลั้วปากหลังอาหารช่วยได้แค่นิดหน่อย แล้วจะทำให้เราเกิดอาการระแวงว่า ยิ้มแล้วจะมีเศษอาหารติดอยู่ อย่าว่าแต่อาหารเลยครับ แค่กินขนมนิดหน่อยก็ระแวงแล้ว ดังนั้นจึงต้องพึ่งไม้จิ้มฟันและกระจก เพื่อเคลียร์เศษอาหารซะ แนะนำว่าควรจะพกติดตัวไว้เลย อย่ามั่นใจว่าที่ร้านอาหารจะมีไม้จิ้มฟันให้คุณ ยืนยันว่ามีแค่บางร้านจริงๆ ส่วนกระจกถ้าไม่มีอาจจะทำให้เราพลาด ลืมเอาเศษอาหารบางจุดออกไป ยิ้มทีนึงคนที่เห็นรู้เลยว่าเราไปกินอะไรมาบ้าง

6.เป็นคนขี้สังเกตมากขึ้น – เป็นธรรมดาของคนที่จัดฟัน ก็ย่อมอยากรู้ว่าฟันของเราเคลื่อนที่บ้างรึยัง ส่องกระจกมันทุกวันเลย ขยับรึยัง…ขยับรึยัง(ยังไม่ได้ถอนฟันเลย มันจะไปขยับขนาดนั้นได้ไง) แต่ก็ทำให้เราได้สังเกตเครื่องมือภายในช่องปาก ของเราไปด้วยในตัว ซึ่งบางครั้งเรากินอาหารแล้วไม่ทันระวัง ทำให้ยางรัดฟันหรือเครื่องมือหลุดได้ ในกรณีที่ยางรัดฟันหลุด ถ้าสามารถเกี่ยวกลับเข้าไปเองได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ได้หรือเครื่องมือหลุด ควรจะไปพบคุณหมอให้ติดให้ใหม่ นานๆครั้ง ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ฟังคุณหมอ แล้วฝืนกินอะไรแข็งๆแล้วมาให้คุณหมอติดให้บ่อยๆจะโดนบ่นเอานะครับ

7.หัดเคี้ยวอาหารด้วยฟันกรามซะดีๆ – เมื่อคุณติดเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน แล้ว จะเริ่มมีอาการปวดบริเวณฟันหน้า อย่าว่าแต่กัดอาหารเลยแค่ฟันกระทบกันก็ปวดแล้ว ดังนั้นเวลากินอาหารต้องอาศัยฟันกรามเคี้ยวอย่างเดียว อาหารชิ้นใหญ่ก็ต้องฉีก ให้เป็นชิ้นเล็กๆไม่งั้นเคี้ยวไม่ได้อีก แล้วยังต้องเคี้ยวให้ช้าลงเพื่อไม่ให้กัดลิ้นตัวเอง

ตอนต่อไป จะเป็นการไปหาคุณหมอเพื่อปรับเครื่องมือ จัดฟันดัดฟัน ให้เหมาะกับการถอนฟัน ช่วงเวลาแห่งความสยองมาถึงแล้ว 555

จัดฟันดัดฟัน

มาแล้วเหล็ก จัดฟันดัดฟัน ชิ้นแรก

และแล้วเวลานั้นก็มาถึง หลังจากที่คราวก่อนเราได้เข้าไป พบคุณหมอ จัดฟันดัดฟัน ทำให้เรารู้ถึงความยากง่ายในการจัดฟันของเรา รวมถึงการเคลียร์ช่องปากเพื่อให้พร้อมต่อการ จัดฟันดัดฟัน

จัดฟันดัดฟัน

หลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลมาทำให้เข้าใจว่าครั้งนี้น่าจะมีการถอนฟัน แล้วหลังจากนั้นถึงจะติดเครื่องมือ เลยเตรียมที่จะกลับไปพักที่บ้านหลังจากการถอนฟัน เพราะน่าจะระบมมาก 4 ซี่แน่ะ แต่เปล่าเลยการมาพบคุณหมอครั้งนี้ผมยังไม่ได้ถอนฟัน

พอมาถึงคุณหมอก็ตรวจว่าเราได้ทำการอุดฟัน+ขูดหินปูนเรียบร้อยหรือยัง จากนั้นก็เอายางจัดฟัน มาให้เลือกสี ผมก็เลยงง เอ๊ะ…ทำไมให้เลือกยางก่อนล่ะ ฟันยังไม่ได้ถอนเลย คุณหมอก็ตอบว่า “หมอจะติดเครื่องมือฟันบนให้ก่อน เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอคือถ้าติดพร้อมกันทั้งฟันบนและฟันล่าง หรือติดพร้อมกับถอนฟัน จะทำให้เจ็บมาก เพราะเป็นการเร่งจนเกินไป จึงค่อยๆให้เราทำความคุ้นเคยกับเหล็กจัดฟัน ก่อน” แถมคุณหมอยังบอกอีกว่าบางรายติดทั้งฟันบนและฟันล่างพร้อมกัน แต่สุดท้ายทนไม่ไหว มาขอเอาเครื่องมือฟันล่างออกก่อน แล้วค่อยมาติดใหม่ ผมก็เริ่มสยองละ มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ซึ่งจากเท่าที่ดูในอินเตอร์เน็ตมา ก็จะบอกว่าเหล็กจัดฟันมีผลกระทบกับช่องปากของเราอย่างไรบ้าง

  • ทำให้เรามีแผลภายในช่องปาก เนื่องจากมีโลหะซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในปากเรา ทำให้ผนังภายในช่องปากแก้มเกิดแผลถลอก แต่เมื่อแผลหาย ผนังภายในช่องปากเราจะหนาขึ้นทำให้เราไม่เจ็บอีกต่อไป
  • ทำให้เราเกิดอาการร้อนใน ปากแห้ง จึงต้องดื่มน้ำเยอะๆและทาลิบมันเพื่อให้ปากเราไม่แห้งจนเกินไป
  • เศษอาหารต่างๆจะติดกับเหล็ก จัดฟัน ต้องหมั่นทำความสะอาดไม่งั้นจะทำให้มีกลิ่นปากและฟันผุได้

โอเคครับคุณหมอ งั้นค่อยๆติดทีละชิ้นก็ได้ครับ คุณหมอก็จะใช้เครื่องมือมาเจียฟันเราให้เรียบ เพื่อติดเครื่องมือ จัดฟัน จากนั้นก็ทำให้ฟันเราแห้งจากนั้นถึงจะติดเครื่องมือ ตอนติดเครื่องมือจะยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอคุณหมดเอาลวดใส่เข้าไปแล้วเอายางมารัดลวดให้ติดกับเครื่องมือ จะรู้สึกว่ามันตึงๆ เวลาขยับปากมันจะไปโดนเหล็กทำให้ยิ่งดึงๆฟัน โดยคุณหมอไม่ได้ติดเครื่องมือฟันทุกซี่นะครับ จะเว้นซี่ที่ถอนฟันไว้ให้ เพราะเวลาถอนฟันเค้าไม่เอาเหล็กออกนะครับ แต่ตัดลวดตรงฟันที่จะถอน แล้วถอนออกไปเลย ดังนั้นตำแหน่งเว้นของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน มันจะมีประโยชน์ตอนเรากินอาหารนี่แหล่ะครับ 5555

หลังจากชำระเงินก็จะมีแปรงสำหรับแปรงซอกฟันให้เรา 1 อัน พร้อมสอนวิธีใช้ ซึ่งจริงๆแล้วผมจะต้องได้แปรงสีฟันสำหรับคน จัดฟันดัดฟัน อีก 1 อัน แต่ของทีร้านหมด เลยต้องไปหาซื้อเอง และอีกอย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องได้แน่นอนคือ ขี้ผึ้ง เอาไว้สำหรับไปยัดไว้กับเหล็กด้านที่ขูดกับผนังภายในช่องปาก เพื่อลดอาการเจ็บปวดจากแผล

ผลของการใส่เครื่องมือจัดฟันครั้งนี้คือ

1.ทานอาหารลำบากขึ้น
มันมีเหล็กเพิ่มเข้ามาในปากเรา ซึ่งปกติเวลาเราทานอาหาร ตอนเราเคี้ยวก็จะมีเศษอาหารอยู่ภายในปากเรา แต่เมื่อเรากลืน มันก็จะลงคอไปหมด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว กินอะไรเข้าไปมันไปค้างบนเครื่องมือหมดเลย แล้วจะตุงๆเหมือนยัดอาหารไว้ใต้ปากด้านบน ทำให้เราต้องใช้ลิ้นเขี่ยมันลงมา จะให้เขี่ยไปไหนล่ะ มีเครื่องมือเต็มไปหมด ทางออกก็คือฟันซี่ที่เราจะต้องถอน เพราะมันไม่มีเครื่องมือติดอยู่ เขี่ยกันเพลินเลยทีเดียว

2.ทานอาหารแข็งๆ เหนียวๆไม่ได้
เพราะว่าลวดภายในปากของเรามันรั้งไว้ด้วยยางวงเล็กๆเท่านั้นเอง แถมเครื่องมือก็เล็กๆต่อให้กาวแน่นแค่ไหน ถ้าไปกัดอะไรแข็งๆมันก็หลุดได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงเพื่อที่จะไม่ต้องไปหาคุณหมอก่อนเวลา ก็คงไม่สามารถระบุได้ทั้งหมด แต่ก็วัดเอาจากความแข็งของก้านคะน้าละกัน (ก้านใหญ่ๆนะครับ) ยิ่งพวกถั่ว หมูกรอบ เนื้อเหนียวๆ ห้ามเลยนะครับ

3.ระวังกัดลิ้นตัวเอง
อันนี้เจอกับตัว ซึ่งแต่ละคนพฤติกรรมการกินไม่เหมือนกัน แต่ผมดันติดนิสัยเอาลิ้นไปเขี่ยเศษอาหารระหว่างกิน ทำให้เคี้ยวผิดจังหวะกัดลิ้นด้านซ้ายเต็มๆ เลือกกลบปากเลยครับ แถมกัดแรงมาก ใครเห็นแผลก็บอกให้ไปโรงพยาบาล แต่ดื้อไม่ยอมไป เพราะตอนเด็กๆเคยกัดลิ้นแบบนี้แล้วหายได้เอง คราวนี้ก็ทำเหมือนเดิม อมน้ำแข็งเพื่อให้เลือดหยุดไหล แสบและทรมานมากแต่ก็ดีกว่าไปเย็บที่โรงพยาบาล ผลจากการกัดลิ้นครั้งนี้ทำให้เคี้ยวอาหารช้าลง เพราะกลัวจะไปกัดโดยลิ้นอีก ดังนั้นถ้าคุณจัดฟันแล้วสิ่งที่คุณควรจะปรับคือ การเคี้ยวอาหารให้ช้าลง

4.ต้องพกไม่จิ้มฟัน+แปรงสีฟันติดตัว
2 อย่างนี้ใช้แตกต่างกัน แปรงสีฟันจะเอาไว้แปรงเวลาที่อยู่ออฟฟิศ จะให้พกไปข้างนอกด้วยคงไม่สะดวกเท่าไหน ดังนั้นเวลาออกไปทานอาหารข้างนอก หลังจากทานเสร็จต้องกลั้วปาก แล้วใช้ไม่จิ้มฟันแคะเศษอาหารที่ยังติดอยู่ แต่แคะเฉพาะที่ร่องฟันไม่ได้นะครับ ตรงกลางเครื่องมือแต่ละชิ้นจะมีช่องเล็กๆอยู่ ตรงนั้นก็ต้องแคะออก ลองนึกภาพสิครับว่าคุณทานข้าวปั้นไข่กุ้ง แล้วไข่กุ้งติดฟัน มันทรมานแค่ไหนตอนมาแคะออก -*-

5.เป็นแผลในช่องปาก
ขยับปากพูดทีก็เจ็บแล้ว ทำให้ช่วงที่เป็นแผลพูดน้อยลงเยอะเลย แต่พอทนได้ครับ แต่ถ้าใครทนไม่ได้ ขี้ผึ้งที่คุณหมอให้มาช่วยท่านได้ครับ อ่อ…งดทานของเผ็ดนะครับ แสบมากๆเลย